SF Krisyeol : Sexy MAMA [50%]

SF Krisyeol : Sexy MAMA [50%]

BY : Krisyeol_MAMA

Tag : #KYองค์แม่

เพล้ง!!

 

 

 

 

“อั่ก…” เสียงขวดแก้วหล่นแตกเสียงดังสนั่นในผับใหญ่ใจกลางเมืองหลวง  วินาทีนี้ทุกคนต่างวิ่งสวนกันไปมาจ้าละหวั่นเพราะมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งกำลังรุมชกต่อยกันชุลมุนอยู่กลางฟลอร์ และเริ่มชุลมุนเสียงดังมากขึ้นเมื่อมีหัวโจกวัยรุ่นชายคนหนึ่งชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้า

 

 

 

 

“บ้าเอ๊ย!..” ขณะที่ร่างบอบบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำหลุดลุ่ยกำลังเต้นคลอเคลียอยู่กับคนร่างสูงแปลกหน้าในความมืดนั้น อยู่ดีๆ เจ้าตัวก็เหมือนถูกอะไรสักอย่างทุบตีจนเอนซบลงมาที่เขา สองแขนรีบพยุงร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดก่อนที่อีกคนจะทรุดลงกับพื้น

 

 

 

“ช..ช่วยด้วย..” เสียงเฮือกสุดท้ายของเด็กหนุ่มร้องออกมาพร้อมกับเลือดที่อาบไปทั้งตัว หากเขาจะตัดใจก้าวต่อออกไปเฉยๆก็ดูจะใจดำเสียเกินไปละมั้ง

 

 

 

“มานี่  เดินไหวหรือเปล่า?…” ร่างบอบบางก้มลงพยุงคนที่ล้มลุกคลุกคลานอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นอีกครั้ง แล้ววิ่งหนีออกไปด้วยกันก่อนที่ตำรวจจะแห่กันมาแล้วต้องถูกกักตัวไว้สอบสวนจนถึงเช้า

 

 

 

 

“อื้อ..ฉันเองก็เมาจนจะน็อคอยู่แล้วนะ ทำไมพระเจ้าต้องมาทดสอบความเป็นคนดีของฉันในสภาพนี้ด้วย” ร่างเล็กที่ต้องแบกเด็กหนุ่มร่างสูงกว่าตัวเองมากโขอย่างทุลักทุเลยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาทุบขมับตนเองแรงๆ เพื่อดึงสติ เขาเองก็ดื่มไปไม่น้อยจนแทบยืนไม่อยู่ เพราะคืนนี้ตั้งใจว่ายังไงๆ เพื่อนสนิทของเขาที่มาด้วยกันก็ต้องรับศพเขากลับไปส่งที่คอนโดอย่างแน่นอน แต่ที่ไหนได้ หนีตายกันไม่เห็นฝุ่น แถมยังต้องมาหิ้วใครที่ไหนไม่รู้กลับออกไปด้วย ซึ้งใจชะมัด

 

 

 

“โอ๊ย.. พี่เบาๆ ค้าบ..” เสียงเจ้าเด็กตัวสูงออดอ้อนเมื่อถูกจับทุ่มลงที่เบาะข้างคนขับแล้วสะเทือนแผลเจ้าตัวที่ไม่รู้มีอยู่ที่ไหนบ้างในร่างกาย ชานยอลรู้แต่ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดและพาลมาเปื้อนไปทั้งตัวของเขาอีกด้วย

 

 

 

“ฉันว่าฉันพานายไปหาหมอดีกว่า” ร่างบางจดจ้องพิจารณาใบหน้าของอีกคนชัดๆ ทั้งที่เพิ่งคลอกเคลียกันอยู่แต่ในผับก็มืดจนมองไม่เห็นรายละเอียดอะไรมากนัก เขาน่าจะอายุมากกว่าเด็กหนุ่มอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

 

 

 

 

“โอ๊ย ผมเมา…” น้ำเสียงอ้อแอ้แต่มือซุกซนลูบจับเขาไปทั้งตัวอย่างตั้งใจ ใบหน้าหล่อเหลาเคล้าคลออยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนรดผิวเนื้ออ่อนเสียจนชานยอลเกือบเคลิ้มไป

 

 

 

 

“อื้อ.. อย่าซนสิที่รัก” ว่าด้วยความเคยชินปากเพราะชานยอลชอบที่จะเรียกคนอื่นอย่างน่ารักว่าที่รัก พลางจับให้อีกคนเอนกลับไปพิงประตูฝั่งของเจ้าตัวจนหัวโขกกระจกดังปุ้ก เจ้าตัวงอแงขึ้นมาอีกหนจนเขาต้องดึงเข้ามาลูบหัวปลอบแล้วจับให้นอนหนุนตัก เด็กโข่งขี้งอแงถึงจะเงียบเสียงลง

 

 

 

 

..นี่ฉันซ้อมเลี้ยงลูกชายอยู่หรือเปล่าเนี่ย =___=?

 

 

 

 

 

“หนู.. ถึงแล้ว ไหวไหมเนี่ย” มือบางตบๆ ที่แก้มคร้านของเด็กหนุ่มเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เวลาเมาอย่างนี้ความระมัดระวังตัวจะน้อยลงอย่างน่าประหลาด

 

 

 

 

“ค้าบ…” น้ำเสียงอ้อแอ้ออดอ้อนเหมือนเด็กห้าขวบนั้นทำเอาเขาหลุดหัวเราะก่อนที่พนักงานโรงพยาบาลจะเข็นรถมารับ การทำประวัติทุกอย่างทุลักทุเลเพราะเขาก็แทบไม่เหลือสติ ยิ่งคนเจ็บยิ่งไม่มีสติไปกันใหญ่ ถามอะไรก็ยิ้มหวานและตอบครับๆ อย่างเดียว

 

 

 

 

สรุปหลังจากที่ตรวจสอบร่างกายของคนเจ็บแล้วส่วนมากมีแต่แผลถลอกจากลูกหลงสหบาทาช่วงชุลมุน ร่างบางที่มีการมีงานทำเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดซึ่งสรุปรวมแล้วก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ ก่อนจะพากันเดินโซซัดโซเซมารอข้างๆ รถ เด็กร่างสูงลุกขึ้นแล้วยันแขนคร่อมร่างของเจ้าของรถล็อคไว้ให้ติดกับรถอีกที

 

 

 

 

 

“จะให้พี่ไปส่งหนูที่ไหน หืม?” ร่างบางพูดอย่างใจดี เด็กหล่อนี่ไม่ได้มีเค้าโครงของการเป็นนักเลงเลยสักนิด เสือเที่ยวกลางคืนก็ไม่ใช่ ดูจากแววตาที่พยายามจดจ้องเขาให้เจ้าเล่ห์ตอนที่อยู่ในผับแล้วมันแค่ลูกแมวขี้อ้อนตัวโตๆ เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

..น่ารักดี

 

 

 

 

“พี่มีแฟนหรือเปล่า?”

 

 

 

 

“.. ไม่อ่ะ”

 

 

 

 

“งั้นผมขอไปนอนด้วยนะ ผมเมาอ่า.. ผมง่วง ผมต้องการที่นอน” ว่าแล้วก็ทิ้งน้ำหนักร่างโตๆ ลงกับไหล่บอบบางตัดปัญหาและกลบเกลื่อนคำโวยวายของอีกคนที่บ่นยืดบ่นยาวแต่สุดท้ายก็พาเด็กแปลกหน้าอย่างเขากลับไปนอนที่คอนโดอย่างไม่เกรงกลัวอะไร จนกระทั่งเช้าวันต่อมา ..

 

 

 

 

“อ่ะ หนูดื่มไปก่อน เดี๋ยวข้าวต้มกำลังจะเสร็จแล้ว” ร่างบางของเจ้าของห้องในชุดเสื้อกล้ามรัดรูปสีขาวสะอาดพร้อมทั้งกางเกงนอนขาสั้นกว่าบอกเซอร์นั้นเดินถือนมอุ่นใส่แก้วมาให้เขา

 

 

 

 

..ขาวชิบ..

 

 

 

 

“พี่ใจดีกับผมจัง จำได้ว่าแม่ทำแบบนี้ให้ผมครั้งสุดท้ายตอนห้าขวบ.. ก่อนที่แม่จะเสีย” วูบหนึ่งของแววตาซุกซนหม่นแสงลงจนชานยอลรู้ใจสงสารขึ้นมาอย่างประหลาด ท่าทางอีกคนจะผูกพันกับแม่มาก เพราะเมื่อคืนที่เขาเอาผ้ามาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้เจ้าตัวก็ละเมอเรียกเขาว่าแม่ไม่หยุดอย่างกับกำลังเลี้ยงลูกชายเสียอย่างนั้น

 

 

 

 

“อ่า…ฮะๆ นี่ว่าพี่แก่จนเป็นแม่เธอได้เลยหรือไง?” ดวงตากลมเบิกโพลงทำท่าทางโกรธเล่นๆ คำเรียกเปลี่ยนไปในแต่ละประโยค ถึงว่าว่าหนูจะดูอนุบาลง้องแง้งไปหน่อยแต่ทำไมเขารู้สึกชอบก็ไม่รู้สิ..

 

 

 

 

 

..เหมือนแฟนกันเลยแฮะ

 

 

 

 

[[RRrr]]

 

 

 

เสียงโทรศัพท์ของเจ้าของห้องแผดเสียงลั่นแต่ดวงตากลมเพียงปรายมองแล้วทำหน้าเหนื่อยหน่าย ได้แต่ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้นต่อไป

 

 

 

 

“ทำไมไม่รับล่ะครับ เขาอาจจะกำลังมีธุระสำคัญ”

 

 

 

 

“มาถึงหน้าห้องแล้วไม่รู้จะโทรมาทำไม หมาบ้า..” เสียงหวานพึมพำกับตัวเองพลันเสียงกริ่งที่กดซ้ำๆ อย่างไร้มารยาทก็ดังขึ้นอย่างที่อีกคนว่าจริงๆ

 

 

 

“แฟน?”

 

 

 

 

“แฟนเก่า..”

 

 

 

“ผมช่วยเอาไหมล่ะ” ว่าพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินไปด้านในห้องแล้วเพยิดหน้าให้เจ้าของห้องคนสวยเดินไปเปิดประตูอย่างงงๆ โดยไม่ได้บอกว่าจะช่วยเขายังไง

 

 

 

 

“ชานยอล! นายพาใครเข้ามานอนในห้องนอกจากฉัน!? ทำแบบนี้ได้ไง ห๊ะ!? ไหนมันอยู่ไหน” ทันทีที่ร่างสูงผู้มาใหม่เห็นรองเท้าและของใช้บางส่วนของคนแปลกหน้าก็เดินดุ่มๆ เข้ามารื้อค้นอย่างไม่ฟังเสียงร้องห้ามของเจ้าของห้อง ก่อนที่จะเจอร่างสูงแปลกหน้าอีกคนที่ท่าทางจะเป็นแค่เด็กมัธยมเดินใส่ผ้าขนหนูผืนเดียวออกมาตามเสียงโวยวายของเขา

 

 

 

 

“จื่อเทา อย่านะ..”

 

 

 

 

“มึงเป็นใครไอ้หน้าอ่อน!?”

 

 

 

 

“เป็นผัวใหม่ พี่จะทำไมผม?” ไม่ว่าเปล่า เดินอ้อมไปหาร่างบางที่ยืนทำหน้าตาเหรอหราก่อนจะก้มลงกอดเอวบอบบางแล้วหอมแก้มโชว์ไปหนึ่งฟอด

 

 

 

 

..กำไรไปอีก แฮ่ก

 

 

 

ผลั่ก…

 

 

 

 

#ก้านคอ   ..

 

 

 

 

“หนู..ขอโทษทีนะ พี่ลืมบอกว่าจื่อเทาเขาเป็นลูกเจ้าของค่ายมวยน่ะ..แหะๆ”

 

 

 

 

“พี่อ้ะะะะะะะะ หนูเจ็บ แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง” 

 

 

 

 

TvT ใส่เฝือกคอไปสองอาทิตย์

 

 

.

.

.

….นั่นคือคืนแรกที่ผม อู๋อี้ฟานนักเรียนมัธยมปลายเกรด 12 ได้พบกับพี่ชานยอล

..พี่ชานยอล Sexy mama ของผม

แต่ว่า… จุ๊ๆ อย่าบอกเขานะว่าผมแอบเรียกเขาแบบลับๆ..

เพราะพี่ชานยอลน่ะ   …เซ็กซี่เป็นบ้า

แฮ่ก…. #เดี๋ยว

 

.

.

.

หลังจากคืนนั้นที่ร่างบางได้ช่วยเหลือคริสไว้อย่างใจดี เจ้าเด็กวัยรุ่นก็ตามมาเกาะชานยอลที่คอนโดทุกวันโดยใช้เหตุผลว่า เพราะตนเองช่วยกันแฟนเก่าไม่ให้มายุ่งกับร่างบางได้สำเร็จแลกกับการโดนแตะก้านคอจนเดี้ยง เลยขอต่อรองว่าระหว่างที่ใส่เฝือกคออยู่นั้นอีกคนต้องดูแลเอาอกเอาใจเขาอย่างดีห้ามขาดตกบกพร่อง แต่หลังจากที่ถอดเฝือกคอออกอีกเดือนถัดมาเจ้าเด็กดื้อก็ยังไม่ยอมออกห่างจากร่างบางอย่างที่บอกไว้ บางวันหนักเอามากๆก็โดดเรียนไปนั่งเฝ้าที่ที่ทำงานจนต้องถูกดุกันไปข้าง

 

 

 

“นี่ที่รักครับ หนูจะโดดเรียนไม่ได้นะ มานั่งเฝ้าอย่างนี้คนที่ทำงานคิดว่าพี่เลี้ยงต้อยหนูกันหมดแล้ว” ชานยอลเท้าคางพูดกับเด็กหนุ่มที่นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ไอโฟนหกพลัสของตนเองอยู่ไม่ได้สนใจโลกภายนอก ขอแค่ได้มานั่งอยู่ในห้องเดียวกันก็พอแล้ว เจ้าตัวบอกเขาแบบนั้น

 

 

 

“ผมก็หล่อน่าเลี้ยงออกไม่ใช่หรอครับ”  ว่าพลางยิ้มตาหยี แต่เห็นหน้าดุๆ ที่ออกไปทางน่ารักไม่เล่นด้วยเลยต้องหุบยิ้มแล้วพูดต่อ

 

 

 

“วันนี้กีฬาสีครับ ซ้อมบาสเสร็จแล้ว ไม่มีเรียน” เด็กหนุ่มละสายตาจากหน้าจอขึ้นมายิ้มเผล่

 

 

 

 

“แล้วไม่เบื่อหรือไง หืม?” สายตาหวานฉ่ำนั้น ขนาดเจ้าตัวใส่เสื้อผ้ามิดชิดกลับดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด

 

 

 

 

“นั่งอยู่กับพี่ผมไม่เบื่อหรอก ผมชอบ” ว่าพลางยิ้มหวานจนคนที่คิดว่าจะถามคำถามถัดไปต้องเก็บไว้ก่อน เพราะชานยอลรู้สึกว่าไม่อยากให้รอยยิ้มนี้มันหายไปไม่รู้ทำไม

 

 

 

 

“ผมชอบอยู่กับพี่ เพราะเวลาอยู่กับพี่แล้วผมรู้สึกอบอุ่น รู้สึกมีคนเอาใจและให้ความสำคัญ เหมือนได้อยู่กับแม่อีกครั้ง พี่อย่าไล่ผมเลยนะ หงิงๆ” เด็กหนุ่มอมยิ้มหลังจากที่พิมพ์ข้อความส่งให้อีกคนในไลน์เพราะไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ชานยอลที่ได้อ่านข้อความออดอ้อนนั้นก็พาลหุบยิ้มไม่ได้ไปด้วย

 

 

 

 

 

..ตกลงนายจะให้ฉันเป็นแม่ให้นายจนได้งั้นหรอไอ้ลูกแมวหลงตัวยักษ์

 

 

 

 

“……..” อยู่ดีๆ ร่างบางก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานมานั่งข้างๆ อีกคนที่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นตั้งใจเล่นเกมแก้เขิน ก่อนจะต้องเงยหน้าเมื่อนิ้วเรียวบางเขี่ยยกปลายคางแหลมนั้นขึ้น

 

 

 

 

“เหมียว…” ชานยอลเปิดปลอกปากกาเมจิกสีดำแล้วทำท่าจะยกขึ้นเขียนที่หน้าของอีกคนซึ่งไม่เจ้าตัวไม่เพียงแต่ไม่ห้าม ยังร้องเหมียวใส่อีกคนอย่างน่าเอ็นดูเสียอีก ร่างบางขีดเขียนอย่างเพลิดเพลินพร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ คริสเพียงแต่ยิ้มมองแล้วยอมให้อีกคนตามใจแลกกับการที่ได้เห็นรอยยิ้มน่ารักของคนอายุมากกว่าเพียงเท่านั้น

 

 

 

 

“เฮ้อ…” แมวอ้วนทำเป็นถอนหายใจพร้อมทั้งเอนตัวลงนอนตักอีกคน ชานยอลเท้าคางกับพนักพิงแขนของโซฟาพลางยิ้มมองอีกคนที่ยกเกมขึ้นมาเล่นอีกครั้ง ให้มานั่งเป็นหมอนรองหนุนชัดๆ เลย..

 

 

 

 

 

..เด็กน้อย  นายยังเด็กเกินไปจริงๆ นั่นแหละ

 

 

 

 

 

 

“ผิดที่นายแล้วแหละ ที่เกิดช้าเกินไป”ร่างบางพูดเบาๆ กับตัวเองก่อนจะนั่งมองอีกคนไปราวกับไม่มีจุดสิ้นสุดของเวลา รู้แค่ว่าอยากจดจำภาพนี้ไปนานๆ อย่างไม่มีเหตุผล

.

.

.

 

 

 

เสียงดังอึกทึกกึกก้องในผับแห่งเดิมทำให้ชานยอลรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แอลกอฮอล์ฤทธิ์แรงผ่านลงลำคอครั้งแล้วครั้งเล่าจากใบหน้าเหยเกทุกครั้งที่ยกขึ้นดื่ม กลายเป็นเฉยเมยในครั้งต่อๆ มาเพราะความมึนเมาที่มากขึ้นทุกที โทรศัพท์เครื่องแพงแผดเสียงแข่งกับเสียงดนตรีในผับ บนหน้าจอโชว์เบอร์ที่ไม่รับสายที่ถูกเมมชื่อว่า “เด็กแมวยักษ์” เกือบๆ แปดสิบสายเห็นจะได้

 

 

 

 

“พี่ขอโทษนะ .. ขอโทษ” ใบหน้าหวานโน้มลงฟุบกับท่อนแขนของตนเองหน้าเคาเตอร์ หลังจากนั้นประสาทการรับรู้ของเขาก็ก็มืดดับลง

 

 

 

 

“หึ.. เจ้าแม่อย่างนาย สุดท้ายก็มาช้ำเพราะเด็กงั้นหรอ ตลกชะมัด” น้ำเสียงกึ่งจะแปลกหน้าแต่ก็คุ้นเคยพูดอยู่ข้างหู ทำเอาชานยอลที่ยังพอมีสติกลับมาจากการถูกขยับเคลื่อนขมวดคิ้วฉับ ก่อนจะพยายามสะบัดตัวออกจากอ้อมกอดแกร่งนั้น

 

 

 

 

“เทา …อือ ปล่อย…” น้ำเสียงอ้อแอ้พูดขึ้นระหว่างที่กำลังถูกอีกคนอุ้มลอยหวือทั้งตัวเดินตรงไปยังคอนโดของเขา

 

 

 

 

“พี่ชานยอล! …” เด็กหนุ่มที่มานั่งรอจนหลับอยู่กับพื้นคอนโดรีบลุกขึ้น รู้สึกทั้งหน้ามันชาวาบและร้อนไปหมดเมื่อเจอร่างบางกลับมาอย่างเมามายพร้อมกับคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนเก่า ไอ้นักเลงนั่นคลอเคลียเสียจนทนดูอยู่ไหว เด็กหนุ่มพยายามเดินเข้าไปจะยื้อฉุดร่างบางกลับมาหาตนเอง แต่เป็นชานยอลเองที่ไม่ยอมมากับเขา

 

 

 

…ผมไม่ชอบให้คนอื่นใกล้ชิดพี่อย่างนั้นเลย

 

 

 

“กลับไปเถอะ พี่ไม่เป็นไร”

 

 

 

 

“ไม่! ผมไม่กลับ ผมมานั่งรอพี่ตั้งแต่เลิกเรียน โทรไปเป็นร้อยๆ สายก็ไม่รับ เพราะพี่มัวแต่ไปเมากับไอ้นี่น่ะหรอ ผมต้องการคำอธิบาย” เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยความโกรธ

 

 

 

 

“ชานยอลน่ะ.. ไม่ชอบให้ใครมาแสดงความเป็นเจ้าของแบบนี้หรอกนะเด็กน้อย” จื่อเทาผลักอกเด็กหนุ่มใหเถอยห่างคนร่างเล็ก

 

 

 

 

 

“ผมไม่ใช่เด็กแล้ว! อย่ามาเรียกผมแบบนี้  ไม่ชอบ!”

 

 

 

“นายยังเด็กเกินไปจริงๆ นั่นแหละคริส กลับบ้านไปเถอะนะ อย่ามาเสียเวลากับพี่เลย” ชานยอลก้าวถอยกลับหลังเมื่ออีกคนดึงดันก้าวเข้ามาชิด

 

 

 

 

“พี่ชานยอล พี่กำลังเมา ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พอ..” ร่างสูงพูดขัด

 

 

 

กลัว.. กลัวสิ่งที่กลัวมาตลอดว่าอีกคนจะเอาเรื่องอายุมาตัดรอนเขา แล้วก็ถึงวีนนี้จนได้สินะ

 

 

 

 

“พี่ไม่ได้เมาจนไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปบ้าง และพี่ยืนยันคำเดิม ..กลับไปซะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว”

 

 

 

“ทำไมอ่ะ แค่คำว่าเด็กหรอพี่ถึงไม่ชอบผม แค่ผมรักพี่มันไม่พอใช่ไหมอ่ะ” คำว่ารักทั้งน้ำตาของเด็กหนุ่มเหมือนกรีดใจคนใจร้ายอย่างชานยอล แต่ต้องแสดงความมั่นคงและเย็นชาในแววตาคู่นั้น

 

 

 

 

“มันยังไม่ใช่รักหรอก”

 

 

 

 

“พี่ไม่ใช่ผม พี่รู้หรอว่าความรู้สึกของผมมันลึกซึ้งแค่ไหน ดูถูกอายุของผมได้ แต่อย่าดูถูกความรักของผมนะ” ใบหน้าดุดันแต่ก็ไม่สามารถซ่อนน้ำตาไว้ได้ทั้งที่อยากกลั้นมันไว้แทบตาย คริสรู้สึกทั้งแค้นทั้งอาย ทั้งที่คนตรงหน้าดูถูกเขาว่ายังเด็ก น้ำตาเจ้ากรรมยังมาไหลตอกย้ำให้คนอื่นมองว่าเด็กมากขึ้นไปอีก

 

 

 

 

“กลับไป…” ชานยอลพูดทิ้งท้ายสวนขึ้นมาโดยไม่สามารถรอให้คริสพูดอะไรออกมามากกว่านี้

 

 

 

..กลัว กลัวว่าจะต้องใจอ่อนอีกครั้ง ทั้งที่เขาคิดมานานแล้วเรื่องที่เขาควรจะตัดความสัมพันธ์ต่างวัยที่มองอย่างไรก็คงเป็นไปไม่ได้ คริสไม่ใช่เด็กวัยรุ่นธรรมดา เขาเป็นทายาทอู๋กรุ๊ป บริษัทนำเข้ารถยนต์ที่แสนจะโด่งดังระดับประเทศ สังคมครอบครัวและโลกภายนอกของเด็กนั่นคงไม่ยินดีนักที่คริสจะมาลงเอยกับเขา

 

 

 

หลังจากวันนั้นคริสก็หายไปจากชีวิตชานยอล ไม่มาตามตอแยออดอ้อนเหมือนเก่า โซเชียลต่างๆ ของเด็กหนุ่มยังคงตัดพ้อเขาบ้าง เกี่ยวกับความรักและการดูถูกว่าเจ้าตัวนั้นยังเด็กเกินไปจนไม่รู้จักโลก และส่วนหนึ่งที่เด็กหนุ่มพยายามทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอย่างน่าประหลาด แต่เขาจะไม่เข้าข้างตัวเองว่าคริสกำลังทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อเขา

 

 

 

ชีวิตที่ว่างเปล่าของชานยอลวนเวียนกลับมาอีกครั้ง ห้องที่เคยมีเสียงพูดคุยและออดอ้อนของเจ้าแมวตัวยักษ์นั้นเงียบเชียบยามที่เขานั่งอยู่โดดเดี่ยว อีกอย่างเขาก็คิดว่าเขาอายุมากเกินที่จะออกไปท่องราตรีแก้เบื่อ ใช้ชีวิตให้หมดไปวันๆ เหมือนที่ผ่านๆมา

 

 

 

 

“ที่รักฮะ..พี่คิดถึงหนูจัง” ว่าพลางหยิบลูกบาสเก็ตบอลที่เจ้าตัวไม่ได้เอากลับไปด้วยขึ้นมาวางบนตัก  ข้าวของที่อีกคนเอามาทิ้งไว้หลายอย่างยังวางอยู่ที่เก่าเต็มห้องจนเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเขาไปหมดแล้ว แต่มองแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้คิดถึงเจ้าของของมันน้อยลงเลยสักนิด

 

 

 

 

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขานั่งอยู่ในรถที่ติดเครื่องยนต์จอดอยู่หน้าโรงเรียนมัธยมเอกชนติดอันดับความหรูหราของประเทศ ชานยอลห้ามใจไม่ได้เลยที่จะแอบขับรถมาผ่านสนามบาสเก็ตบอลที่ติดกับรั้วด้านหน้าของโรงเรียนเพื่อมาเจออีกคน เด็กหนุ่มที่เป็นนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียนจะอยู่ซ้อมบาสเก็ตบอลที่สนามกับเพื่อนหลังเลิกเรียนทุกวัน

 

 

 

 

 

“………” ดวงตากลมจดจ้องไปยังคนที่ตัวสูงที่สุดด้วยรอยยิ้ม คริสที่กำลังวิ่งชู้ตลูกบาสและหัวเราะไปกลับกลุ่มเพื่อนนั้นทำให้เขาเบาใจขึ้นอีกนิด ต่างจากวันแรกๆ ที่เพิ่งแยกจากเขา เจ้าเด็กแมวยักษ์นั่งป่วยเศร้าซึม ไม่หือไม่อืออะไรอยู่เป็นเดือนๆ แต่นี่ก็เกือบๆสามเดือนแล้วที่ชานยอลเลิกคิดถึงเด็กหนุ่มรูปหล่อไม่ได้เลย..

 

 

 

 

“อ้ะ…” ร่างบางสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงข้อความในโทรศัพท์ดังขึ้น ก่อนจะหยิบขึ้นมาเลื่อนเปิดอ่าน

 

 

 

เพื่อนร่วมงานของเขาช่วยเตือนสิ่งที่เขาต้องทำในเย็นนี้ซึ่งเขาจะต้องเอาเอกสารที่ติดต่อธุรกิจกับอู๋กรุ๊ปไปให้ประธานกรรมการบริหารคนใหม่เซ็นเพื่อต่อสัญญาธุรกิจกันหลังจากที่ประธานคนเก่าหมดวาระไป แต่คนใหม่นี่เอาแต่ใจชะมัด ไม่ยอมนัดเจอเขาที่อื่นเลย ต้องให้เขาเอาเอกสารไปให้เซ็นถึงคอนโด นิสัยคนรวยคงติดกันมาเป็นทอดๆ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าแมวยักษ์ที่บทจะเอาแต่ใจก็เล่นเอาเขาเหนื่อยไปทั้งวัน

 

 

 

 

…พี่คิดถึงหนูอีกแล้วครับคนดี

 

 

 

 

 

ปิ๊งป่อง…

 

 

 

 

“ขออนุญาตฮะ ผมเป็นหัวหน้าวิศวกรตัวแทนปาร์คกรุ๊ป เอาเอกสารที่คุยกันในอีเมลล์มาให้เซ็นต่อสัญญาฮะ”

 

 

 

 

“สวัสดีครับ เชิญข้างในก่อนสิ” ใบหน้าหวานนิ่งงันกับคนที่ออกมาเปิดประตูคอนโดหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาทีเห็นแต่เพียงด้านหลังเขาก็จำได้ดี สิ่งที่เขากังวลในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจริง ในเมื่อเขาติดต่อธุรกิจกับครอบครัวของคริส คิดกลัวว่าสักวันเขาอาจจะวนมาเจอกับคริสอีกครั้งในอีกไม่กี่ปีที่รอเจ้าตัวเรียนจบมหาวิทยาลัยและมารับช่วงต่อธุรกิจของตระกูล แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วจนไม่คาดฝัน

 

 

 

 

“หนู…” ร่างบางหลุดครางเสียงเบาก่อนจะได้สติรีบทำเป็นกระแอมไอเบนความสนใจ

 

 

 

 

“ผมชื่ออู๋อี้ฟานครับ ประธานกรรมการอู๋กรุ๊ปคนใหม่ ไม่ใช่เด็กๆ ถ้าจะให้ดี เรียกให้เต็มจะดีกว่า” แววตาประชดประชันเป็นเด็กๆ นั้นช่างสวนทางกับคำพูดคำจาที่ท่าทางจะซ้อมประโยคนี้มาทั้งคืนเพื่อประชดเขา

 

 

 

“ครับ ท่านประธานอู๋อี้ฟาน” ชานยอลเชิดหน้าก่อนจะกอดอกหลังจากที่ยื่นเอกสารในซองให้อีกคนอ่านทวน

 

 

 

“…….” เด็กหนุ่มกอดอกมองเอกสารเหล่านั้นนิ่งงันราวกับตั้งใจกวนประสาท ไม่ยอมเซ็นให้คนมาใหม่เสียที

 

 

 

“ถ้าไม่ใช่เด็กแล้วก็ช่วยทำอะไรให้มันง่ายๆ ขึ้นด้วยการรีบเซ็นแล้วจะได้รีบเสร็จๆ งานเถอะนะฮะ คุณอู๋อี้ฟาน”

 

 

 

“ระหว่างที่ผมอ่านเอกสาร คุณช่วยทำอะไรให้ผมกินหน่อยสิ หิวอ่ะ.. ไม่มีแรงเซ็นเอกสารนะ ของสดอยู่ในตู้เย็นครับ” ชานยอลหลับตาสูดหายใจเข้าลึกๆอย่างสงบสติอารมณ์เมื่อเจ้าแมวยักษ์จอมกวนคนเดิมกลับมาแผลงฤทธิ์จนได้

 

 

 

…เจ้าเด็กบ้านี่กำลังกวน และตั้งใจทำให้เขารู้ว่ากำลังกวนเสียด้วย

 

 

 

 

“ได้ครับ..คุณอู๋อี้ฟาน” ว่าพลางฉีกยิ้มใส่ก่อนจะเดินกลับหลังเข้าไปในครัว ไม่ได้สนใจของสดอันยุ่งยากที่เจ้าของห้องเอ่ยบอก มือบางหยิบโจ๊กซองมาเทลงน้ำแล้วยกขึ้นต้ม ตั้งใจซอยขิงและต้นหอมใส่ลงไปเยอะๆ เพราะรู้ดีว่าคริสไม่ชอบกิน

 

 

 

 

“เร็วๆ สิครับคุณปาร์คชานยอล ผมหิวแล้วนะ เด็กกำลังกินกำลังโตรู้ไหมเนี่ย” ร่างสูงยืนกอดอกพิงประตูทำเสียงกวนๆทั้งที่เห็นๆอยู่ว่าร่างเล็กกำลังจะยกหม้อลงจากเตาอยู่แล้ว ตามด้วยเทใส่ชามขนาดกลางยกมาวางตรงหน้าเจ้าแมวยักษ์ที่ขมวดคิ้วฉับในทันทีเมื่อเห็นต้นหอมและขิงลอยล่องอยู่ในชาม

 

 

 

 

“ใส่มาทำไมเนี่ย ตั้งใจแกล้งผมหรอ?” คิ้วเฉียงๆ นั้นขมวดเป็นปมอย่างกับแองกรี้เบิร์ดทำเอาชานยอลกลั้นขำ

 

 

 

“ผมไม่รู้ว่าคุณไม่ชอบ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นอย่างกวนอีกคนกลับ

 

 

 

“เขี่ยต้นหอมกับขิงออกให้หมดแล้วป้อน…” ว่าพลางทำหน้าบึ้ง กอดอกเหมือนเด็กเอาแต่ใจจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา ชานยอลจิ๊ปากก่อนจะนั่งลงทำตามที่อีกคนบอก เพราะเขาเป็นคนรับผิดชอบการต่อสัญญาครั้งนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหาร แต่ถ้าเจ้าเด็กดื้อนี่ไม่ยอมเซ็นให้เขา บอร์ดบริหารทุกคนที่เหลือจะต้องมาแหกอกเขาแน่ๆ ในฐานะที่ทำลูกค้ารายใหญ่หลุดมือไป

 

 

 

 

“เป่า….”  ดวงตาดื้อดึงมองช้อนที่มาจ่อปากแล้วทำหน้าบึ้ง

 

 

 

“พู่ววว….” ชานยอลดึงช้อนกลับมาเป่าแต่โดยดีก่อนจะยื่นออกไปตรงหน้า มือใหญ่ดึงมือเล็กที่มัวแต่ถือช้อนชะงักค้างให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกลืนกินโจ๊กอร่อยๆ ลงไปอย่างผู้ชนะ แต่อยู่ๆภาพวันเก่าๆ ที่เขาเคยป้อนข้าวป้อนน้ำเจ้าเด็กน้อยคนนี้ก็วนเวียนเข้ามาทำเอาใจสั่นแปลกๆ

 

 

 

[[RRrr]]

 

 

 

 

“ฮ..ฮัลโหลฮะคุณจงอิน” เสียงโทรศัพท์เรียกเข้านั้นทำเอาชานยอลหลุดออกจากภวังค์ก่อนจะรีบดึงมือออกมาจากการเกาะกุมแล้วเดินเลี่ยงออกมากดรับโทรศัพท์

 

 

 

“หึ….” คริสหัวเราะในลำคอก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปใกล้คนที่กำลังจดเนื้อหางานตามสายโทรศัพท์ คริสรู้ว่าคนปลายสายคือ ‘คิมจงอิน’ ประธานกรรมการบริษัทที่ชานยอลทำงานอยู่ และเขาก็แอบรู้มาว่ารายนั้นกำลังตามจีบชานยอลอยู่ก่อนหน้าที่เขาจะรู้จักกับชานยอลเสียอีก

 

 

 

 

“อ๊ะ! เอ่อ.. คุณจงอินสักครู่นะฮะ” ร่างบอบบางสะดุ้งเมื่ออีกคนเข้ามาสวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังพลางซุกใบหน้าคมเข้ากับผิวเนื้ออ่อน เป่าลมหายใจรดซอกคออุ่นอย่างกลั่นแกล้ง

 

 

 

 

“คริส! หยุดนะ พี่กำลังคุยเรื่องงาน” นิ้วเรียวกดปุ่มปิดเสียงก่อนจะหันมาดุอีกคน ใช้คำเรียกเดิมที่คุ้นเคยอย่างลืมตัว แต่คนฟังกลับอุ่นในหัวใจชอบกล

 

 

 

“เท่าที่ฟังดูไม่เห็นจะมีเรื่องงานเลย” ว่าพลางเอาหน้าแนบกับโทรศัพท์ของอีกคนฟังบทสนทนาอย่างหน้าตาย

 

 

 

 

“อื้อ.. คุณจงอินฮะ เดี๋ยวชานยอลโทรกลับนะฮะ กำลังคุยงานอยู่พอดี” พูดตัดบทก่อนจะหันหลับมาประเคนฝ่ามือน้อยๆ ลงบนไหล่กว้างของเด็กขี้แกล้ง

 

 

 

 

“นิสัยไม่ดี! ปล่อยนะ” ร่างบางขืนตัวออกจากอ้อมกอดพลางบิดหัวไหล่ที่กำลังถูกอีกคนขโมยจูบลงซ้ำๆ อย่างตอนที่อยู่ด้วยกัน

 

 

 

 

“ทำไมต้องโกหกว่ากำลังคุยงานล่ะ ทำไมไม่บอกไปตามตรงว่าทำอะไรอยู่ กลัวเขาหึงหรือไงครับ?” เด็กเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่มพลางกอดรัดอีกคนแน่นกว่าเดิม

 

 

 

 

“ไม่ใช่เรื่องของนาย! รีบๆ เซ็นได้แล้ว จะกลับแล้ว ถ้าไม่อยากถูกว่าเป็นเด็ก ก็อย่ามาทำตัวเป็นเด็กๆ”

 

 

 

 

“เคยได้ยินไหมว่า…เด็กจะทำตัวไม่น่ารัก ตอนที่เขาต้องการความรัก” สายตาออดอ้อนแบบไม่ปิดบังและไม่เสแสร้งอะไรอีกแล้ว

 

 

 

 

…เด็กคริสอู๋คนดื้อของพี่ชานยอล

 

 

 

 

“… คิดถึงผมใช่ไหมล่ะ… ใช่ไหมบอกผมสิ” เสียงทุ้มกระซิบถามแผ่วเบาในบรรยากาศเงียบงัน

 

 

 

 

“……”

 

 

 

 

“ไปแอบมองผมหน้าโรงเรียนทุกวัน อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะ..” ว่าพลางทำสายตาเป็นประกายเมื่อเห็นอีกคนตกใจทำตาโต

 

 

 

“ป..เปล่าสักหน่อย”

 

 

 

“ขนมที่ทำเป็นฝากรุ่นน้องมาให้ แล้วให้น้องโกหกว่าแฟนคลับทีมบาสของผมน่ะ …ขนมของพี่ทั้งนั่นใช่ไหมล่ะ”

 

 

 

“………” ริมฝากปากบางเม้มแน่นอย่างไม่มีคำจะแก้ตัว

 

 

 

 

“หนูคิดถึงพี่นะครับ  คิดถึงหมดทั้งหัวใจเลย เลิกใจร้ายกับหนูสักทีเถอะนะ”  ว่าพลางกอดซุกหน้าลงกับไหล่บางพร้อมทำเสียงออดอ้อน ใบหน้าหงอยๆ บู้ลงพร้อมกระพริบตาปริบๆ เมื่ออีกคนจดจ้องกลับมาด้วยสายตาว่างเปล่า

 

 

 

 

“เด็กบ้าเอ๊ย…” สองแขนบางกอดเอวสอบกลับด้วยความรู้สึกโหยหาไม่แตกต่างกัน รู้สึกพ่ายแพ้อะไรก็ไม่รู้ที่เขายังไม่เริ่มจะลงแข่งเสียด้วยซ้ำ ความจริงเขาพ่ายแพ้หัวใจตัวเองต่างหากที่ไม่เคยต้านทานเจ้าแมวยักษ์นี่ได้เลยสักที

 

 

 

 

“จะว่าผมเด็ก ว่าผมงอแง ว่าอะไรก็ได้ ผมยอมทั้งนั้น ขอแค่พี่อยู่กับผม จะไม่ดื้อไม่ซนเลยนะ นะครับพี่ชานยอลของผม” นั่งลงซุกใบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของคนอายุมากกว่าที่เอาแต่ยืนกลั้นยิ้ม

 

 

 

 

“ฮื่อ.. ไม่ต้องมาอ้อนเลย พี่เบื่อเด็กดื้ออย่างนายแล้ว”

 

 

 

 

“เบื่อเด็กดื้อแล้วชอบเด็กแบบไหนล่ะบอกสิ จะเป็นให้ทุกอย่างเลยนะ นะ.. นะค้าบ..คุณแม่อ่า” ว่าพลางจับมือบางของอีกคนมาแนบแก้มตนเอง

 

 

 

 

“นายนี่มันเด็กจริงๆด้วย” ว่าพลางยกมือขึ้นหยิกแก้มอูมๆ ของอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว

 

 

 

 

“หึหึ…เดี๋ยวจะพิสูจน์ให้ดูว่าตรงไหนเด็กบ้าง” เพียงเสี้ยววินาทีใบหน้าหมูน้อยๆ ขี้อ้อนก็เปลี่ยนเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ ร่างบอบบางถูกอุ้มลอยหวือขึ้นแนบอกก่อนจะรู้สึกตัวอีกทีแผ่นหลังบางก็ค่อยๆ แนบลงกับที่นอนนุ่ม

 

 

 

 

“อ๊ะ! อือ ค..คริสไม่เอานะ” ใบหน้าน้อยส่ายไปมาจนเส้นผมสีอ่อนพลิ้วไหวระแก้มกลมจนยุ่งเหยิง ถึงจะเคยมีประสบการณ์มาแล้วบ้างแต่วันนี้เขาก็ไม่ได้เตรียมใจมาเพื่อสิ่งนี้หรอกนะ หน้าอกบางที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างตระหนกนั้นเย้ายวนจนแมวขี้อ้อนอยากจะแปลงร่างเป็นเสือหนุ่มแล้วขย้ำให้หนำใจ

 

 

 

 

“ว่าผมเด็กนักใช่ไหม หืม…”  ไม่ถึงห้าวินาทีที่ร่างแกร่งปลดเสื้อผ้าของตนเองออกจนหมดก่อนจะตรึงสองแขนบางไว้กับพื้นเตียงแน่นราวกับคีมคีบเหล็ก

 

 

 

 

“อ..อือ ทำเป็นด้วยหรือไงเรา..หื้ม?” น้ำเสียงดูถูกนั้นทำเอาเลือดขึ้นหน้า คริสผละกายออกมาจดจ้องใบหน้าอีกคนด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ออกก่อนจะจับสาบเสื้อของอีกคนฉีกออกจากกันในคราวเดียว

 

 

 

 

“ทฤษฎีผมแน่นอยู่แล้ว แต่ปฏิบัตินี่เป็นไม่เป็นต้องถามพี่แล้วกันครับ ที่รัก…” บทรักเร่าร้อนเริ่มต้นขึ้นราวกับไฟลุกโชน คนที่เหมือนจะไม่มีประสบการณ์งัดทุกเคล็ดลับวิชาที่ฝึกฝนมาอย่างดี จากที่แอบเอาภาพเย้ายวนของอีกคนมาใช้แต่ในจินตนาการ วันนี้ร่างเย้ายวนกำลังขยับไหวอยู่ในอ้อมกอด เสียงหวานครางกระเส่าอย่างพึงพอใจนั้นทำให้เด็กหนุ่มย่ามใจในฝีมือตนเองอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งถูกหยามเหยียด ยิ่งอยากสั่งสอนและพิสูจน์ให้อีกคนได้รู้ว่าเขานั้นไมได้ “เด็ก” ไปเสียทุกเรื่อง

 

 

 

 

“อ๊า..ค.. คริส อื้อ เดี๋ยวสิ..” เสียงหวานกระเส่าครางด้วยความรู้สึกสุดขีดแทบขาดใจกับลีลารักของเด็กน้อยที่บางอย่างก็ไม่ได้เด็กตามอายุ แรงขยับเย้ายวนปรนเปรอตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยที่เขาไม่ต้องร้องขอ น้ำเสียงต่ำครางเครือแสนเซ็กซี่ของอีกคนกังวานมอมเมาเขาอยู่ในโสตประสาท

 

 

 

 

“ยอมหรือยัง หืม?” ละริมฝีปากขึ้นมาจากยอดนุ่มนิ่มสีสดที่ขึ้นสีด้วยแรงดูดดุนและขบเม้มกลั่นแกล้ง เบื้องล่างที่กำลังโหมจังหวะไม่หยุดหย่อนนั้นถ่ายทอดความร้อนเร่าให้กันและกันผ่านสัมผัสเสียดสีจนแทบลุกเป็นไฟ

 

 

 

 

“อึ่ก..ม..ไม่ อ๊า..” มือกว้างเย็นเฉียบละจากประกบตึงใบหน้าหวานเข้ามารับจุมพิตดูดดื่มก่อนจะประกบจับลงส่วนกลางกายขนาดน่ารักไวต่อสัมผัสแล้วขยับจังหวะขึ้นลงเย้าๆ

 

 

 

 

“พูดใหม่สิครับ หืม..”

 

 

 

“อื้อ .. พ..พอแล้ว ยอม อือ..” ความเสียวซ่านที่อีกคนปรนเปรอตีรั้นเข้าทั่วร่างราวกับไฟช็อต ร่างบอบบางดิ้นเร่ากับสัมผัสสุดขีดทั้งด้านหน้าและหลัง สองขาหนีบแน่นเข้าหากัน พยายามกระถดสะโพกหนีการรุกล้ำแต่ก็ไม่เป็นผล

 

 

 

 

“ยอมหรอ? หืม.. ยอมแล้วเนอะ..” แทนที่จะเป็นคำบอกสงบศึก เด็กเจ้าเล่ห์กลับหักหลังเขาด้วยการขยับกายเย้าเร้าความรู้สึกเร็วและแรงกว่าเดิมจนอีกคนหายใจขาดห้วง ริมฝีปากบางอ้าหอบอากาศหายใจจนไม่แม้แต่จะมีโอกาสเปล่งเสียงประท้วง..

.

.

.

 

 

“อ๊าาาาาา…..”

 

 

 

.

.

.

 

 

 

“ร.. รักหนูนะคนดี อือ…” ห้วงสุดท้ายหลังจากที่ทั้งสองร่างโบยบินไปกับความปรารถนาแสนหวาน เสียงหวานพร่ำกระซิบข้างหูเด็กร่างสูงที่ทาบทับร่างลงมาซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกลิ่นเหงื่อเย้ายวน

 

 

 

 

“ผมอยากฟังคำนี้ตั้งแต่วันที่พี่ช่วยผมออกมาจากผับแล้วครับ..”

 

 

 

 

“ว่าแต่…..”

 

 

 

“ตกลงผมยังเด็กอยู่หรือเปล่า หืม?” ว่าพลางจับมือบางเลื่อนลงกุมเจ้าตัวซนของตัวเองที่ท่าทางจะสู้มือทันทีที่อีกคนสัมผัสถึง

 

 

 

 

“ทะลึ่ง…” ร่างบางสะดุ้งดึงมือตนเองกลับพลางตีเข้าที่หน้าอกแกร่งของอีกคนด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะต้องเอียงแก้มหลบจมูกโด่งๆ ที่เคล้าคลอขโมยความหอมอยู่ไม่หยุด

 

 

 

 

“ทะลึ่งแล้วชอบไหม”

 

 

 

“ไม่..”

 

 

 

“ให้คิดอีกที”

 

 

 

 

“ไม่”

 

 

 

“ให้ตอบเพราะๆ อีกที” จมูกคมไล้เขี่ยข้างกรอบหน้าเรียวเย้าๆ ก่อนจะเคลื่อนลงสู่หัวไหล่ขาวละเอียด ริมฝีปากอุ่นจูบประทับทุกร่องรอยกุหลาบที่ตนเองวาดไว้อย่างเสน่หา

 

 

 

 

“คิกๆ… หนูอ่า พอแล้วครับ อื้อ..” ร่างบางอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมกอดของเด็กเสือหนุ่มอย่างพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือหัวใจ…

 

 

 

… เขาก็พ่ายแพ้ให้กับเด็กเอาแต่ใจคนนี้ไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

THE END…. Please Tag  >>> #KYองค์แม่ <<<

คิดถึงคริสยอลทุกวัน ^–^

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s