Krisyeol – โชตะค่อนร้อนรัก # 4

โชตะค่อนร้อนรัก – 4

.

.

.

“อรุณสวัสดิ์ฮะคุณพ่อของชานยอล วันนี้ไม่ทานอะไรก่อนหรอฮะคนดี” ร่างบอบบางเดินเข้ามากอดซบใบหน้าแนบกับแผ่นหลังของอีกคนที่กำลังยืนจัดเครื่องแต่งกายอยู่ลำพัง

.

.

.

“ไม่หรอก ฉันดื่มกาแฟไปแล้ว” รอยยิ้มบางส่งให้คนด้านหลังผ่านกระจกเงาตรงหน้า

.

.

“ตื่นเต้นหรอฮะ..” อีกคนยิ้มขำจดจ้องใบหน้ามีอายุแต่ทว่ายังหล่อที่ตั้งใจจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้ดูดีที่สุดเพื่อที่จะไปร่วมงานสำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของเขาในวันนี้

.

.

..พิธิจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

.

.

“ตื่นเต้นสิ ความสำเร็จของเด็กน้อยคนเก่งของฉันทั้งคน .. ฉันภูมิใจในตัวเธอมากเลยนะเด็กดี” ร่างสูงหันกลับมาตะกรองกอดร่างบอบบางตรงหน้าไว้อย่างแสนรัก

.

.

“ที่ชานยอลมีวันนี้ได้ก็เพราะคุณพ่อฮะ คุณพ่อเป็นทั้งผู้สนับสนุนและแรงบันดาลใจให้ชานยอลตั้งใจเรียนเพื่อที่จะเป็นคนเก่งเหมือนคุณพ่อ ชานยอลก็ภูมิใจในตัวคุณพ่อที่สุดในโลกเลยฮะ..” เด็กน้อยที่อยู่ในชุดจบการศึกษายิ้มพราว ดวงตากลมใสนั้นจดจ้องร่างสูงตรงหน้าด้วยความศรัทธาอย่างหาที่สุดไม่ได้

.

.

“…..??” ดวงตากลมกระพริบปริบอย่างไม่เข้าใจเมื่ออีกคนยื่นมือออกมาตรงหน้า มือน้อยๆ นั้นวางลงไปอย่างไม่แน่ใจในความหมาย

.

.

“นาฬิกาเรือนเดิมพังแล้วทำไมไม่ซื้อใหม่ล่ะหืม?” มือกว้างพลิกข้อมืออีกคนก่อนจะถลกแขนเสื้อชุดสูทขึ้น นาฬิกาเรือนเก่าที่เขาซื้อให้คนตัวเล็กเมื่อ 4-5 ปีก่อนนั้นมันไม่เดินแล้ว

.

.

“ก็เดี๋ยวเอาไปส่งซ่อมคงกลับมาใช้ได้ฮะ ช่วงนี้ก็ดูในโทรศัพท์ไปก่อน ไม่เป็นไรหรอกฮะ” ตอบอย่างสบายๆ ทั้งที่เขาตามใจร่างเล็กทุกสิ่งทุกอย่างแต่อีกคนกลับไม่เคยเรียกร้องสิ่งของอะไร

.

.

… นอกจากความรักจากเขาเท่านั้น

.

.

“ยินดีด้วยนะ เป็นผู้ใหญ่อีกขั้นแล้ว เลิกเกรงใจฉันได้แล้ว.. อู๋ชานยอล” ร่างสูงล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบนาฬิกา Patek Philipe เรือนหรู Limited Edition ออกมาใส่ที่ข้อมือบางแทนเรือนเก่าที่ถูกถอดออกไป จมูกคมโน้มลงจรดข้างแก้มสูดกลิ่นหอมละมุน

.

.

“คุณพ่ออ่า…” ร่างบางอ้าปากกำลังจะคัดค้านเขาอย่างเวลาปกติที่เขาซื้อของแพงๆ หรือมอบอะไรที่มีค่ามากมายให้ เพราะเมื่อก่อนอาจจะมีบ้างที่อีกคนใช้ของราคาแพงๆ แต่พอเติบโตมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นก็เริ่มจะเกรงใจไม่ค่อยฟุ่มเฟือยมากนัก สายตาดุๆ นั้นทำให้อีกคนต้องเงียบเสียงลง

.

.

“ขอบคุณมากนะฮะ ขอบคุณมากๆ เลย ชานยอลจะรักษามันอย่างดีตลอดไปเลย” ว่าพลางยกข้อมือตนเองขึ้นมาพิจารณา นาฬิกาเรือนแพงฝังเพชรไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป เรียบหรูแต่ก็ดูน่ารักและเป็นทางการไปอีกแบบหนึ่ง

.

.

“ชอบไหม?”

.

.

“ชอบมากๆ เลยฮะ คุณพ่อรู้ใจชานยอลตลอดเลย”

.

.

“เพราะฉันรักเธอ..” มือหนายกขึ้นลูบศีรษะกลมของอีกคนอย่างเอ็นดู สองแก้มเนียนซับสีระเรื่อจดจ้องเขาด้วยสายตาขอบคุณและเทอดทูลตลอดเวลาตั้งแต่วันแรกจนถึงวินาทีนี้ไม่เคยเปลี่ยน

.

.

“ชานยอลก็รักคุณพ่อมากๆฮะ” รอยลักยิ้มบุ๋มจุดลงสองข้างแก้มก่อนจะสำรวจความเรียบร้อยช่วยอีกคนเพื่อเตรียมตัวจะออกไปร่วมงานกันที่มหาวิทยาลัยในเวลาไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

.

.

“น่ารักที่สุดแล้ว” ร่างสูงเองก็ช่วยสำรวจความเรียบร้อยของบัณฑิตน้อยคนเก่ง มือกว้างยกขึ้นจัดทรงผมสีอ่อนที่วันนี้เซ็ตเปิดหน้าผากปัดขึ้นไปด้านหลัง ภาพเด็กน้อยน่ารักจิ้มลิ้มผมยาวประบ่าจนเหมือนเด็กผู้หญิงในวันแรกที่พบกันฉายซ้อนขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่จะยิ้ม

.

.

“ทั้งมหาลัยต้องอึ้งแน่ๆ ที่คุณพ่อของชายยอลหล่อขนาดนี้” มือเล็กยกขึ้นจัดเนคไทให้อีกคนจนเรียบร้อยดูดี

.

.

“แต่จะอึ้งกว่านั้นอีกถ้าบอกว่าจริงๆ แล้วเป็นอะไรกัน…” ว่าพลางจดจ้องลึกลงไปในดวงตากลมร้อนแรง มือใหญ่ประคองใบหน้าหวานให้เงยขึ้นรับจุมพิตแสนหวาน สัมผัสอุ่นๆ ที่เรียวปากอิ่มแม้จะไม่ได้รุกรานเร่าร้อนแต่ก็ทำให้คนร่างเล็กใจสั่นได้ไม่ยาก

.

.

“คิกๆ ไปกันเถอะฮะ จะสายแล้ว..” อีกคนเอียงหน้าหลบจมูกคมที่ซุกไซ้จะฉกชิงกลิ่นแก้มใสราวกับไม่รู้จักพอ ก่อนที่จะต้องเริ่มจัดเสื้อผ้าหน้าผมกันใหม่อีกรอบจนเลยเวลาเข้าจริงๆ

.

.

[[Rrr]]

.

.

“มีอะไร?” เสียงโทรศัพท์ของนายหัวประธานเหมืองแร่ดังขึ้นพร้อมกับอีกคนที่รับสายเสียงเรียบ ชานยอลได้แต่หวั่นใจว่าคงไม่มีเรื่องด่วนอะไรที่ทำให้ร่างสูงไม่สะดวกไปงานจบการศึกษาของเขาหรอกนะ

.

.

“ฉันจะรีบไป..” คำพูดก่อนที่คนร่างสูงจะวางสายนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยชาวาบ

.

.
“มีอะไรหรอฮะคุณพ่อ?”

.

.

“เปล่า.. ไม่มีอะไรมากหรอก แต่ว่า.. ฉันขอแวะเข้าออฟฟิศไปเซ็นเอกสารสำคัญนิดหน่อย เธอไปที่งานก่อนเลยนะ ฉันจะรีบตามไป” มือหนายกขึ้นเกลี่ยแก้มใส โกหกคำโตว่าไม่มีอะไรมาก ทั้งที่จริงตอนนี้ที่เหมืองทองกำลังวุ่นวาย เพราะมีคนลอบเข้ามาในเหมือง จุดไฟเผาทำลายบ้านพักคนงานบาดเจ็บระนาว ซึ่งคนงานส่วนมากต่างคิดว่าเป็นฝีมือของเหมืองคู่แข่งที่มีเรื่องขัดผลประโยขน์ระหว่างสองเหมืองอยู่ในขณะนี้

.

.

“แต่ว่า…”

.

.

“ฉันไปทันแน่นอนไม่ต้องกังวลนะเด็กดี งานวันนี้สำคัญกับเธอมาก เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลกับฉัน เข้าใจไหม” ว่าพลางจุมพิตลงบนหน้าผากมนแผ่วเบาแล้วเดินออกไปอย่างรีบเร่ง

.

.

“คุณพ่อฮะ อ๊ะ !..” อีกคนจะเดินตามแต่ด้วยความร้อนรนทำให้มือบางปัดไปโดนกรอบรูปของคนรักร่างสูงตกลงกับพื้นจนแตกกระจาย หัวใจดวงน้อยเต็มไปด้วยความกังวล รู้สึกว่ามีเรื่องร้ายแรงที่อีกคนปิดบังไม่ให้เขารู้ ยังไม่ทันได้คิดอย่างอื่นคนขับรถก็เข้ามาตามอีกคนเมื่อเวลาเริ่มพิธีการใกล้เข้ามาทุกที

.

.

พิธีการจบการศึกษาของมหาวิทยาลัยดังเริ่มขึ้นแล้วสักพักใหญ่ ทั้งเรื่องการมอบรางวัลกิจกรรม การแสดงต่างๆ มากมายจนเข้าช่วงพิธีสำคัญที่ตอนนี้เหล่าบัณฑิตและครอบครัวต่างมารวมตัวกันในบริเวณพิธีอย่างพร้อมเพรียง

.

.

“คุณพ่อทำไมยังไม่มาอีกนะ…” ใบหน้าหวานเอ่ยด้วยความกังวลกอดช่อดอกไม้ช่อโตที่อีกคนสั่งตรงมาให้ แต่เจ้าของดอกไม้ยังมาไม่ถึงงานสักทีในขณะที่ตอนนี้นักศึกษาทุกคนกำลังทะยอยกันขึ้นไปรับปริญญาบัตรบนเวทีพร้อมถ่ายรูปกับสมาชิกครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างล้นหลาม

.

.

“คุณพ่อมาถึงแล้วใช่ไหมฮะพี่ปิ่นหยาง” ร่างบางยิ้มอย่างดีใจเมื่อเห็นคนขับรถวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาตรงบริเวรที่เขายืนเข้าแถวอยู่ ใกล้จะถึงคิวตัวเองขึ้นรับในอีกเพียงไม่ถึงห้าคนข้างหน้า

.

.

“คือ… คุณหนูครับ คือว่า.. นายท่าน..”

.

.

“ค…คุณพ่อทำไมฮะ ไหนฮะ คุณพ่อมาถึงแล้วใช่ไหม?” ใบหน้าหวานซีดลงทันทีเมื่อเห็นสีหน้าไม่ค่อยดีของคนตรงหน้า พยายามปลอบใจตัวเองแต่เพียงไม่ถึงอึดใจก็แทบล้มทั้งยืนกับคำที่อีกคนบอกกล่าว

.

.

“น..นายท่านรถคว่ำครับคุณหนู ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล” คนร่างเล็กชาไปทั้งร่างราวกับทั้งโลกหยุดหมุนลง ช่อดอกไม้ช่อใหญ่ร่วงลงจากสองมือที่ไร้เรี่ยวแรงโดนมีคนตรงหน้าเข้ามารับร่างบอบบางนั้นไว้ได้ทันเวลาก่อนที่อีกคนจะหมดสติล้มลงไป

.

.

.

.

.

“คุณพ่อ!!!” เสียงหวานแผดลั่นเมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลอาบทั้งสองแก้ม ภาพรอบกายพร่ามัวไปหมด ก่อนจะรีบลุกขึ้นแต่มีคนอีกสามสี่คนที่เข้ามาช่วยกันฉุดดึงร่างของเขาไว้

.

.

“คุณหนูชานยอลครับ จ..ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ ตอนนี้คุณท่านอยู่ในมือหมอแล้ว”

.

.

“ฮึก..พ..พี่ปิ่นหยาง คุณพ่อเป็นยังไงบ้างหรอฮะ ชานยอลจะไปหาคุณพ่อ ปล่อยผมนะ” ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้น เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนจากพยาบาลทั้งสามคนที่ช่วยตรึงแขนไว้แทบจะไม่มี

.

.

“คุณท่านยังอยู่อยู่ในห้องไอซียูครับ แพทย์กำลังพยายามช่วยเต็มที่” คำบอกของอีกคนยิ่งทำให้ร่างเล็กหมดเรี่ยวแรงแม้กระทั่งเปล่งเสียง ได้แต่ทรุดลงซบกับหน้าอกแกร่งของคนขับรถคนสนิทของคนรัก

.

.

“ฮึก.. อาการคุณพ่อหนักขนาดนั้นหรอฮะ ฮือ.. เป็นเพราะชานยอล คุณพ่อคงรีบมาให้ทันงาน ไม่อย่างงั้นคุณพ่อคงไม่เกิดอุบัติเหตุ ฮือ.. เพราะชานยอลเอง” ร่างน้อยร้องไห้จนตัวโยน นึกโทษตัวเองที่เรียกร้องจะให้อีกคนรีบมาร่วมงานของตนเร็วๆ โดยไม่นึกถึงความปลอดภัย

.

.

..ชานยอลทำให้คุณพ่อต้องเจ็บ เพราะชานยอลคนเดียว..

.

.

“อย่าคิดอย่างนั้นเลยครับคุณหนู แต่ตอนนี้ผมยังพูดอะไรมากไม่ได้ เรื่องมันเกี่ยวกับคดีความ ต้องรอให้ตำรวจจัดการเสียก่อนครับ” ชายหนุ่มชาวจีนเอ่ยปลอบก่อนจะปล่อยให้พยาบาลดึงร่างน้อยนอนลงกับเตียงเดิม

.

.

“คนไข้พักก่อนนะคะ ตอนนี้คนไข้ความดันสูงมาก ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดไม่อย่างนั้นจะเป็นอันตราย ถึงออกไปตอนนี้ก็ยังเข้าเยี่ยมคุณท่านไม่ได้นะคะ” แพทย์หญิงเจ้าของไข้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เอ่ยบอกอย่างใจเย็นก่อนจะค่อยๆ ฉีดยาระงับประสาทให้อีกคนเข้าทางเข็มปลั๊กที่ฉีดเปิดเส้นเลือดคาอยู่ที่หลังมือบางให้อีกคนค่อยๆ สงบลง

.

.

“ฮึก.. ฮือๆ คุณหมอช่วยคุณพ่อด้วยนะฮะ ช่วยคุณพ่อให้ปลอดภัยเร็วๆ นะฮะ” มือน้อยควานหาคว้าจับมือคุณหมอคนเดิมด้วยสายตาร้องขอ ตอนนี้รู้สึกมึนลงและปวดหัวไปหมดราวกับมีคีมเหล็กมาบีบรัดแน่นจนปวดร้าวไปทั้งสมองจนสายตาพร่ามัวไม่หมด

.

.

เวลาผ่านไปกว่าครึ่งวันที่คนประสบอุบัติเหตุอยู่ในความดูแลของแพทย์ ทีมช่วยชีวิตพูดได้อย่างเต็มปากว่าอีกคนนั้นอาการสาหัสพอสมควร จากที่ตำรวจประเมินสาเหตุอุบัติเหตุรถคว่ำรุนแรงเพราะการหมุนคว่ำของรถแล้วไถลไปชนกับเสาสะพานอย่างไม่มีการหยุดเบรกเนื่องจากรถคันหรูถูกลักลอบตัดสายเบรก ประกอบกับอีกคนนั้นเร่งความเร็วอย่างมากเพื่อจะมุ่งไปที่ไหนสักที่ คนขับหักหลบรถคันอื่นให้ตนเองเกิดอุบัติเหตุเพียงคันเดียวโดนเลือกที่จะหักหลบเข้าจนรถพลิกคว่ำไปชนเสาสะพานในที่สุด

.

.

“ฮึก….” มือบางปิดปากตัวเองร้องไห้แทบขาดใจเมื่อฟังคำบอกเล่าของทั้งทีมแพทย์และตำรวจ ทั้งในแง่ของคดีถูกลอบทำร้ายและแง่ของอาการล่าสุดตอนนี้

.

.
“คุณพ่อ..ฮือๆ คุณแม่ขา คุณพ่อจะเป็นอะไรไหมคะ” สองแม่ลูกก็เข้ามารับฟังหลังจากที่ได้รับข่าวแจ้งจากทางคนงานในเหมืองทอง สองแม่ลูกกอดกันร่ำไห้ไม่ต่างจากร่างเล็กที่นั่งอยู่บนรถเข็นคนป่วย

.

.

“คุณหมอเขากำลังช่วยอย่างถึงที่สุดนะลูก เราคงได้แต่รอ” หญิงวัยกลางคนโอบกอดลูกสาวเข้ามาแนบกาย

.

.

เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่อีกคนจะต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โดยที่มีทั้งภรรยา ลูกสาว และชานยอลที่อยู่เฝ้าตลอดไม่ไปไหน ทุกค่ำคืนของคนรอผ่านไปอย่างยากลำบากทั้งที่แพทย์ได้ให้คำรับรองแล้วว่าอีกคนพ้นขีดอันตราย จะเหลือก็แต่…

.

.

“ช่วงขาของคนไข้นั้นกระทบกระเทือนมากจนกระดูกหักหลายท่อนทั้งสองขา อาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้นหลายเดือนหรือเป็นปี และหลังจากนั้น ก็ไม่แน่ว่าคนไข้จะสามารถกลับมาเดินได้หรืออาจจะพิการท่อนล่างไปตลอดชีวิต ญาติและคนไข้ต้องทำใจไว้ก่อนนะครับ แต่พวกเราจะพยายามช่วยอย่างสุดความสามารถครับ…”

.

.

“ฮึก.. คุณพ่อฮะ ชานยอลคิดถึงคุณพ่อมากๆ เลย ตื่นมาคุยกันหน่อยสิฮะ คนดีของชานยอล..” ใบหน้าหวานเอ่ยกับคนที่ยังหลับใหลมาทั้งสัปดาห์ เสียงเครื่องช่วยหายใจและสายวัดชีพจรระโยงรยางค์ไปทั้งร่างอย่างน่าเป็นห่วง ใบหน้าหล่อเหลาบอบช้ำ ท่อนขาทั้งสองเข้าเฝือกตั้งแต่เท้าขึ้นมาถึงเหนือหัวเข่า

.

.

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ชานยอลจะดูแลคุณพ่อและธุรกิจทุกอย่างของคุณพ่อเอง จะอยู่ข้างๆ คุณพ่อแบบนี้ตลอดไป ไม่ไปไหนเลยนะฮะคนดี..ทุกคนรอคุณพ่ออยู่นะฮะ” ร่างบางดึงมือเย็นเฉียบนั้นมาแนบแก้ม พร่ำพูดให้กำลังใจอีกคนอยู่อย่างนั้นทั้งที่ตนเองเหนื่อยแทบขาดใจกับการที่จะต้องขึ้นรับตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทอู๋กรุ๊ปทันทีโดยไม่มีช่วงเรียนรู้งานหรือฝึกหัดอย่างที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ว่าร่างบางจะขึ้นเป็นรองประธานกรรมการช่วยบริหารธุรกิจของร่างสูง

หลังจากที่มีข่าวเกิดอุบัติเหตุของประธานกรรมการ ความเชื่อใจของเหล่าหุ้นส่วนก็เริ่มสั่นคลอน หุ้นของบริษัทตกฮวบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ธุรกิจเกือบทุกอย่างของอู๋กรุ๊ปนั้นตกต่ำจนย่ำแย่เป็นประวัติศาสตร์ รวมถึงเรื่องขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเหมืองทองคู่แข่งที่ยังคาราคาซัง และก็มีเพียงชานยอลคนเดียวเท่านั้นที่ต้องดูแลและพยุงทุกอย่างแทนอีกคน

.

.

“วันนี้ชานยอลดึงหุ้นกลับมาได้ตัวหนึ่งแน่ะฮะ ชานยอลเก่งไม่เท่าคุณพ่อเลย แต่ชานยอลจะทำให้ดีที่สุดนะฮะ…” ว่าพลางเก็บกลืนก้อนสะอึกลงไปไม่ให้อีกคนรับรู้ว่าตนเองนั้นเหนื่อยเพียงใด

.

.

ติ๊ด … ติ๊ด…

.

.

“ค..คุณพ่อ! คุณพ่อตื่นแล้ว หมอฮะ! หมอ! คุณพ่อฟื้นแล้วฮะ..” ชานยอลยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อสัญญาณหัวใจของอีกคนเต้นถี่กระชั้นขึ้น ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมองที่จอและเหลือบไปเห็นว่าอีกคนกำลังกระพริบตามองมาที่เขา มือใหญ่นั้นขยับนิ้วไปมาราวกับพยายามจะบอกว่าเขากลับมาแล้ว ร่างบางลุกลี้ลุกลนกดปุ่มเรียกทีมแพทย์เข้ามาดูอาการ

.

.

“ช.. ชาน..” น้ำเสียงทุ้มที่แหบแห้งเต็มทนพยายามเปล่งเสียงเรียก เอื้อมมือที่หนักอึ้งของตนเองหาใบหน้าน้อยนั้น

.

.

“คุณพ่อ ..ชานยอลอยู่นี่ฮะ อยู่ตรงนี้” ว่าพลางขยับเข้าไปใกล้ๆ ดึงมืออีกคนขึ้นมาแนบแก้มตัวเองอีกครั้ง รอยยิ้มที่แสนคิดถึงปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้น นิ้วยาวพยายามจะเกลี่ยเช็ดน้ำตาที่เปียกปอนอยู่บนสองแก้มของคนรัก

.

.
To Be continue…. กรุณาแท็กคอมเม้นท์ #KYโชตะ ขอบคุณค่า

[[ ——– Shota ———]]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s