SF :: สงครามแฟนเก่า [2/2] — 50%–

SF :: สงครามแฟนเก่า [2/2]

Pairing :: Kris x Chanyeol

Author :: KrisYeol_MAMA

Tag :: #KYสงครามแฟนเก่า

Rate :: NC-18

 

 

 

 

[[ ——– สงครามแฟนเก่า ———]]

 

 

 

 

“เดี๋ยวผมซ้อมบาสเสร็จจะตามขึ้นไปหานะครับที่รัก” เวลาเกือบๆ หกโมงเย็นหลังเลิกเรียน เสียงพูดคุยดังขึ้นมาไกลๆ  ร่างสูงของหัวหน้าชมรมฟันดาบที่กำลังเดินแกว่งดาบแหลมคมประจำตัวเป็นท่าทางต่อสู้อย่างเพลิดเพลินค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลงแล้วชะโงกหน้าผ่านมุมตึกออกไปสังเกตการณ์

 

 

 

 

“จื่อเทาอ่า ขึ้นไปเป็นเพื่อนพี่ตอนนี้ไม่ได้หรอ พี่กลัวอ่ะ” เสียงของคนคุ้นเคยดังขึ้นอีกรอบ ภาพที่เห็นว่าคนร่างเล็กผมสีแดงกำลังออดอ้อนกระชากลากถูคนร่างสูงกว่าให้ทำอะไรบางอย่างทำเอาคนเฝ้ามองอย่างคริสอู๋ถอนหายใจยาว ทีแรกเขาเพียงแค่คิดว่าชานยอลแกล้งออเซาะจื่อเทาประชดเวลาอยู่ต่อหน้าเขา แต่ใครจะไปรู้ว่าลับหลังเจ้าตัวนั่นก็มารยาสิ้นดี

 

 

 

 

…น่าหมั่นไส้เป็นบ้า

 

 

 

 

 

“วันนี้พี่หัวหน้าชมรมมาดูซ้อมครับ ถ้าเด็กใหม่อย่างผมไม่ได้ซ้อม หรือไปซ้อมสายผมต้องอดลงตัวจริงแน่ๆ เลย ผมขอโทษจริงๆนะ นะครับคนเก่ง” เด็กผิวเข้มหน้าคมทำหน้าลำบากใจก่อนจะค่อยๆ ปลดมือของอีกคนออกจากแขนตนเองแล้วหันหลังก้าวเดินจากไป ทิ้งให้อีกคนหน้าตาบูดบึ้งอยู่อย่างนั้น คนเฝ้ามองได้แต่แค่นหัวเราะอย่างสะใจ

 

 

 

 

ร่างบอบบางค่อยๆ หันหน้ากลับเข้าไปยังตรงหน้าตึกเรียนที่ตอนนี้ปิดไฟเกือบหมดแล้ว ใบหน้าหวานดูไม่ค่อยจะดีนักแต่ก็จำใจเดินขึ้นไปบนตึก คิ้วหนาของคนเฝ้ามองได้แต่ขมวดหน่อยๆ ดวงตาคมจดจ้องแต่เพียงแผ่นหลังเล็กนั้น รู้ตัวอีกทีสองขาก็พาร่างกายของตนเองเดินตามขึ้นไปเงียบๆ

 

 

 

 

“จะลงมาทันไหมเนี่ย คิดอะไรตื้นๆ” เสียงทุ้มสบถเพราะตึกเรียนนี้เป็นตึกภาควิชาวิศวะกรรมไฟฟ้าของเขา และสมกับเป็นภาควิศวกรรมไฟฟ้าที่เข้มงวดเรื่องการใช้ไฟฟ้าเป็นอย่างยิ่ง ประตูด้านล่างของตึกจะปิดอัตโนมัติหากถึงเวลาหนึ่งทุ่ม และเขามั่นใจว่าชานยอลไม่รู้ คริสเดินตามขึ้นไปถึงเพียงชั้นสอง ในขณะที่ชานยอลขึ้นลิฟท์ไปหยุดที่ชั้นสิบ แต่ไม่นานลิฟท์ก็ค่อยๆ นับถอยหลังจำนวนชั้นลงมา นั่นก็หมายความว่าชานยอลอาจจะกำลังลงมาก็ได้

 

 

 

 

พรึ่บ !

 

 

 

 

“ว่าแล้วเชียว!” ใบหน้าหล่อเหลาตวัดสายตามองตัวเลขที่แสดงอยู่หน้าลิฟท์ที่ลงมาได้เพียงชั้นที่สี่ ไฟทั้งตึกดับลงและลิฟท์ก็หยุดเคลื่อนไหว สองขายาวรีบก้าวขึ้นไปตามบันไดหนีไฟเพื่อไปดูคนที่ท่าทางจะยังติดอยู่ในลิฟท์

 

 

 

 

ตึงๆๆๆ!!!

 

 

 

 

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย ผมติดอยู่ในนี้ … มีใครอยู่ไหม? มีใครอยู่ข้างนอกไหม ช่วยผมที”

 

 

 

 

ตึงๆ!!

 

 

 

ร่างสูงที่วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าลิฟท์ที่มีเสียงเคาะและร้องขอความช่วยเหลืออยู่ด้านใน เสียงที่คุ้นเคยกำลังร้อนรนและหวาดกลัว  ร่างสูงได้แต่ยืนนิ่งแต่ภายในนั้นหัวใจมันถี่กระชั้น รู้ว่าอีกคนนั้นกลัวความมืดมากแค่ไหน และหากอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทไม่มากพอ อาการหอบหืดอาจจะกำเริบขึ้นมาได้

 

 

 

“ช.. ชานยอล!  ชานยอล ฉันกำลังจะช่วยนะ นายใจเย็นๆก่อน อย่าเพิ่งขยับ” มือใหญ่ทุบที่ประตู พยายามใช้สองมือง้างประตูลิฟท์ออกจากกันจนเจ็บมือไปหมด ปลายนิ้วยาวมีเลือดออกซิบๆ เปรอะเปื้อนประตู

 

 

 

 

“ฮึก.. น.. นั่นใคร.. ช่วยด้วย.. ช่วย…”  ยิ่งเสียงด้านในค่อยๆ แผ่วลงนั้นคนด้านนอกก็ยิ่งร้อนรน ร่างสูงก้มลงหยิบดาบเหล็กคู่ใจขึ้นมางัดแผงควบคุมด้านหน้าลิฟท์จนปลายดาบโค้งงอเสียรูป ก่อนจะจัดการตัดต่อสายไฟอย่างชำนาญเพื่อเปิดประตูลิฟท์ออกมา แต่กว่าที่ประตูจะเปิดก็กินเวลาไปเสียพักใหญ่

 

 

 

 

ปิ๊ง!!

 

 

 

 

ไฟของลิฟท์ฉายสว่างขึ้นก่อนที่ประตูทั้งสองด้านจะค่อยๆ เปิดแยกออกจากกันช้าๆ ปรากฏภาพคนด้านในที่กระตุกหน่วงลมหายใจไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง ชานยอลกำลังล้มลงกับพื้นและลนลานควานหาบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋า

 

 

 

 

“ชานยอล!!!”

 

 

 

 

“ย..ยา  ยาพ่น…” ร่างเล็กหอบหนัก ริมฝีปากและใบหน้าซีดเซียวก่อนจะนอนราบลงกับพื้น มือหนาคว้าดึงกระเป๋าเป้ของอีกคนมาแล้วเปิดหากระบอกยาพ่นอย่างรู้ตำแหน่งเป็นอย่างดี และเมื่อก่อนนั้นเขาพกติดตัวไว้อันหนึ่งด้วยซ้ำไป

 

 

 

 

“ค่อยๆ นะ ไม่เป็นไรแล้ว..” คริสเอ่ยปลอบหลังจากที่ยื่นยาพ่นสูดขยายหลอดลมให้อีกคนสูดเข้าไปเรียบร้อย สองแขนโอบประคองร่างน้อยในอ้อมกอด พลางช่วยหยิบสมุดในกระเป๋าของอีกคนออกมาพัดให้

 

 

 

 

“……….” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วจดจ้องจนชิดใกล้ทั้งที่ยังไม่หายจากอาการหอบนัก กว่าจะประมวลเหตุการณ์ต่างๆ ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน และคนคนเดียวที่โผล่มาช่วยเขาในเวลาอย่างนี้คือคริสอู๋…

 

 

 

..ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองหรอกนะ

 

 

 

“มองอะไร?” ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยถามก่อนจะค่อยๆ ช้อนร่างบอบบางขึ้นอุ้มแนบอก

 

 

 

“เปล่านี่ อ๊ะ! น.. นายจะทำอะไร ปล่อย”

 

 

 

“อย่าอวดดีไปหน่อยเลยน่า ตอนนี้ต้องออกไปก่อนที่นายจะหอบกำเริบอีกรอบ”

 

 

 

“ฉันเดินเองได้!”

 

 

 

“แตะเนื้อต้องตัวกันแค่นี้แฟนนายดมไม่เจอกลิ่นฉันหรอก ฮ่ะๆ” หลังจากกก้าวพ้นประตูลิฟท์ร่างสูงจึงปล่อยให้อีกคนค่อยๆ ยืนขึ้นเอง

 

 

 

“กวนประสาท! แล้วนี่ ตึกภาคไฟฟ้าภาษาอะไร ทำไมปล่อยให้ไฟดับ แย่ที่สุด!” ใบหน้าหวานเคร่งเครียดอย่างหัวเสียกับเหตุการณ์ที่ตนเองเพิ่งเผชิญมา ยอมรับไม่ได้จริงๆ ว่านี่คือตึกเรียนวิศวกรรมการไฟฟ้า

 

 

 

“ก็เพราะเป็นตึกภาคไฟฟ้า ถึงต้องเคร่งครัดเรื่องใช้ไฟฟ้า ตึกจะปิดไฟทุกอย่างในเวลาหนึ่งทุ่มตรง รวมทั้งประตูอัตโนมัติข้างล่างด้วย… ประตูอัตโนมัติ!” คริสร้องขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ก่อนจะยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองราวกับกำลังสิ้นหวังอะไรบางอย่าง

 

 

 

“นายอย่าบอกนะว่าตอนนี้มันปิดแล้ว?” ชานยอลเบิกตาโพลง

 

 

 

“ก็นี่มันเลยเวลาแล้วนี่ ใครจะพิเรนทร์ขึ้นมาทำอะไรค่ำๆอย่างนาย ห้ะ?”

 

 

 

“แล้วใครจะไปรู้ล่ะ นี่นายโทรเรียกใครสักคนมาช่วยไม่ได้หรือไง ทำอะไรสักอย่างสิฉันไม่อยากนอนในนี้หรอกนะ” ใบหน้าหวานมองไปรอบๆ อย่างหวาดหวั่น ทั่วทั้งตึกมืดไปหมด เหลือเพียงลำแสงที่ลอดมาจากบริเวณอื่นของมหาวิทยาลัย

 

 

 

“ไม่มี.. ทุกคนที่ขึ้นมาเกินเวลาต้องรอในนี้จนกว่าจะเช้า พวกเด็กใหม่สองสามปีหลังชอบแอบย่องมาส่งงานหลังเวลาที่อาจารย์กำหนด ถ้าใครอยากส่งก็ต้องยอมแลก และหนึ่งในนั้นก็คือนายใช่ไหม?!” คริสชี้หน้าอีกคนอย่างรู้ทัน เพราะชานยอลทั้งขี้กลัวทั้งขี้ระแวง แต่ก็ยอมขึ้นตึกค่ำๆ มืดๆ ลิฟม์หยุดลงที่ชั้นสิบนั่นคือชั้นที่เป็นที่อยู่ห้องพักอาจารย์

 

 

 

“ก็มันเป็นงานสำคัญนี่ ถ้าส่งช้าเกินวันนี้นี่อาจารย์แจกเอฟเลยนะ” ใบหน้าสวยจริงจัง

 

 

 

“มัวแต่กกกับไอ้นั่นอยู่ล่ะสิถึงทำงานไม่เสร็จ” คริสยกยิ้มเหยียดๆ

 

 

 

“เรื่องของฉัน!”

 

 

 

“นี่อย่ามาตะคอกนะ ฉันเป็นผู้มีพระคุณของนายนะ”

 

 

 

“แล้วนายมาโผล่ที่นี่ได้ไง? อย่าบอกนะว่า… ตามฉันมา?  นายตามฉันมาหรอ?” ดวงตากลมซุกซนจดจ้องใบหน้าหล่อเหลาที่เอาแต่หลบสายตาของตน ใบหน้าน้อยยิ้มหวานจนลักยิ้มแก้มบุ๋ม

 

 

 

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ฉันก็ลืมของเหมือนกัน”

 

 

 

“ลืมของ? ทั้งที่รู้ว่าประตูกำลังจะปิด พรุ่งนี้ค่อยมาเอาก็ได้นี่ มันน่าสงสัยอยู่น้า…” ชานยอลส่งสายตาและรอยยิ้มเยาะเย้ยจนคริสรู้สึกสูญเสียตัวตนและศักดิ์ศรีมากขึ้นทุกที

 

 

 

“ของของอี้ชิง  ฉันสัญญาว่าจะเอาไปให้น้องยืมคืนนี้” บรรยากาศเงียบงันครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่หลังจากเอ่ยคำนั้น ชานยอลได้แต่พยักหน้าส่งๆ แล้วจบบทสนทนาไว้เท่านั้น ร่างบางเดินห่างออกมานั่งอยู่บนขั้นบันไดด้วยความรู้สึกหลากหลายไปหมด

 

 

 

..สำคัญมากเลยสินะ  คนคนนั้น สำคัญกับนายมากเลยสินะ

 

 

 

..ฉันเข้าใจแล้ว

 

 

 

“ตามมานี่..” ร่างสูงหยิบดาบเหล็กคู่ใจของตัวเองขึ้นถือแล้วลุกขึ้นก้าวเดินไปอีกฝั่งของตึกในชั้นเดียวกันนั้น

 

 

 

“ทำไมฉันต้องตามนายไป”

 

 

 

“อยากถูกยุงรุมกัดตายก็อยู่ตรงนั้นแหละ” ว่าจบอีกคนก็ทำฟอร์มอยู่สองสามนาที บรรยากาศเงียบงันมืดมิดและวังเวงทำให้ต้องรีบลุกขึ้นวิ่งตามอีกคนไป

ร่างสูงเปิดประตูห้องเข้าไปแล้วชานยอลถึงได้รู้แน่ชัดว่ามันเป็นห้องพยาบาลของชมรมฟันดาบของเจ้าตัว  มีเตียงนอนหนึ่งเตียงสำหรับคนบาดเจ็บและพัดลมตัวเล็กๆ ที่ตอนนี้คริสกำลังเล่นแร่แปรธาตุต่อสายของมันกับมอเตอร์จ่ายไฟตัวเล็กๆ  ชานยอลนั่งดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ดวงตากลมกลอกไปมาตามมือเรียวนั้นอย่างสนใจและทึ่งกับฝีมืออันเก่งกาจของคนที่หากเทียบจริงๆ แล้วก็เป็นรุ่นพี่

 

 

 

…คริสเก่งมากจริงๆ

 

 

 

“เย้!” เผลอหลุดปากด้วยความดีใจเมื่อลมเย็นพัดถ่อใบหน้าน้อย พัดลมตัวเล็กใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียบปลั๊กอะไรเลยจากฝีมือการต่อไฟฟ้าของคริส

 

 

 

“มันน่าแปลกใจขนาดนั้นหรอ ที่ภาคคอมพิวเตอร์เขาไม่สอนกันหรือไง ต่อไฟง่ายๆเอง” ใบหน้าหล่อเหลากลั้นขำ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตนเองเผลอยิ้มแล้วมองใบหน้าน่ารักนั้นเอาหน้าถ่อพัดลมจนผมหน้าม้าฟูๆ นั้นปลิวไสว

 

 

 

“ภาคคอมพิวเตอร์ก็เรียนแค่ต่อระบบไฟในคอมสิ ทำไมฉันต้องซ่อมพัดลม พูดจาอะไรแปลกๆ” คิ้วสวยขมวดมุ่น

 

 

 

“หึ….” คริสพ่นลมออกจมูกด้วยเพราะขี้เกียจเถียงกับนกแก้วนกขุนทอง ชานยอลพูดเก่งมาก มากจนเมื่อก่อนเขาไม่ต้องพูดอะไรเลยก็ได้ทั้งวัน

 

 

 

… เมื่อก่อน.. เขารู้ตัวทีไรก็พบว่าตนเองกำลังคิดถึงแต่เรื่องเมื่อก่อนทุกที..

 

 

 

ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องอีกครั้ง ชานยอลได้แต่เดินไปเดินมาภายในห้องเล็กๆ นั้นเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันอึดอัดจนเกินไป มีถ้วยรางวัลและเหรียญทองต่างๆ มากมายของชมรม บางอันก็เป็นของคนอื่น และหลายอันเป็นของคริสอู๋ รูปถ่ายในกรอบรูปหนึ่งทำให้เขาตกอยู่ในภวังค์  รูปหนึ่งของคริสในชุดฟับดาบสีขาวสุเท่มีเหรียญทองห้อยคอ ในมือของเขาถือดาบแหลมสีเงินเล่มโปรดที่ใช้มาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

เมื่อสองปีที่แล้ว…

 

 

 

 

“นี่ พี่ได้เหรียญทองมาแล้ว นายต้องไปค้างฉลองที่คอนโดพี่นะ” รุ่นพี่รูปหล่อเดินถือเหรียญทองออกมาจากกลุ่มนักกีฬาที่กำลังฉลองกันอย่างโกลาหล รุ่นน้องที่เพิ่งตอบตกลงคบกันได้หนึ่งสัปดาห์ได้แต่ก้มงุดๆ ด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงข้อตกลงบางอย่าง…

 

 

 

… ถ้าคริสได้เหรียญทองกีฬาฟันดาบของมหาวิทยาลัยปีนี้ จะยอมไปนอนที่คอนโดด้วยหนึ่งคืน

 

 

 

“ก็…ก็ได้ฮะ แต่ว่า…” สองแก้มใสซับสีระเรื่อเมื่อนึกถึงคำความหมายของคำว่า “ไปฉลอง” กันที่คอนโดของคนร่างสูง

 

 

 

… มันมากไปกว่านั้น 

 

 

 

            ในค่ำคืนหนึ่งของเดทแรกที่ฝนตกหนัก ทั้งสองเกือบจะมีสัมพันธ์เกินเลยทั้งที่เพิ่งเริ่มจะคบกันไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ และคนเป็นน้องก็ได้แต่พยายามเบี่ยงเบนและยืดระยะเวลาด้วยความประหม่าและไม่แน่ใจ จนถึงตอนนี้… เขาทำตามที่ร้องขอไว้จากวันนั้นแล้ว

 

 

 

— โอเค ถ้าพี่ได้แชมป์ปีนี้ ค่อยว่ากันใหม่ก็ได้ครับ..—

 

 

และค่ำคืนที่หวานละมุนคืนแรกของทั้งสองคนก็ค่อยๆ ดำเนินไปราวกับไม่มีที่สิ้นสุดในคืนนั้น..

 

 

 

ทั้งๆ ที่รู้..

 

 

 

รู้ว่าคริสมีประวัติโชกโชนแค่ไหนเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาว..

แต่ก็เลือกที่จะเสี่ยง ..เพราะอะไรงั้นหรอ

 

 

 

แค่ “รัก” คำเดียวเพียงพอสำหรับปาร์คชานยอล

 

 

 

ไม่มีใครรู้ว่าปาร์คชานยอลที่จริงแล้วช่างเป็นคนใสซื่อ.. แต่ทำเป็นร้อนแรงและมั่นใจเพราะอยากได้รับความสนใจจากรุ่นพี่คนหนึ่ง

 

 

 

..เพราะคนที่เขาควง มีแต่คนโฉบเฉี่ยว และท่าทางเร่าร้อน   เขาคงชอบแบบนั้น

 

 

 

 

ฟึ่บ!!!!

 

 

 

“อ๊ะ!…” ร่างเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงอะไรบางอย่างสอดแทรกคลื่นอากาศผ่านหน้าอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดัง ใบหน้าหวานสะบัดไปมาเรียกสติตนเองก่อนจะพบว่าอีกคนกำลังดัดและจับดาบของตนเองตวัดไปมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

 

 

 

“ทำไมดาบนาย…”  ชานยอลเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ

 

 

 

“ฉันเอามันงัดแผงควบคุมลิฟท์น่ะ ลูกพ่อ.. ถึงเวลาขึ้นหิ้งแล้วสิ” มือใหญ่จับปลายดาบที่โค้งงอจนท่าทางจะดัดกลับมาอย่างเดิมไม่ได้ด้วยสีหน้าอาลัยอาวรณ์

 

 

 

… นายยอมใช้มันงัดแผงควบคุมลิฟท์เพื่อช่วยฉันงั้นหรอ

 

 

 

“งั้น… เดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่นะ เอารุ่นไหนก็ได้ เท่าที่นายชอบเลย” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิด ดาบเล่มนี้เป็นดาบที่พ่อของคริสซื้อให้ก่อนที่ท่านจะเสียเมื่อร่างสูงยังเด็ก คริสเล่าให้เขาฟังบ่อยครั้งเมื่อตอนที่ยังคบกัน

ร่างสูงบอกเสมอว่าเขาเหลือแม่แค่คนเดียว ทั้งโลกของเขามีแต่แม่คนเดียว ดังนั้น เรื่องที่แม่ยังยอมรับไม่ได้ที่เขามีแฟนเป็นผู้ชายเขาเลยไม่อยากเร่งรัดเธอมากนัก ได้แต่บอกให้ชานยอลรอ  และคนร่างเล็กก็เต็มใจรอเสมอโดยไม่เรียกร้องอะไร

 

 

 

“บางอย่าง.. ของใหม่ก็แทนที่ของเดิมไม่ได้หรอกว่าไหม ความจริงเจ้านี่ก็เล่นมานาน จริงอยู่ว่าฉันรักมันมาก แต่ฉันว่ามันก็ดีที่จะให้มันไปพักยาวๆ” ร่างสูงนั่งลงบนเตียงอีกฝั่งหนึ่งข้างๆ ร่างเล็กที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าเวลาที่อีกคนรู้สึกผิดนั้นยังน่าเอ็นดูอยู่เหมือนเดิม

 

 

 

 

“แต่….”

 

 

 

“พ่อฉันเคยบอกว่า ถ้าฉันยังอยู่กับมันเนิ่นนานโดยที่ไม่หักงอหรือบกพร่องตรงไหนเลยต่างหาก คือการที่ฉันเล่นไม่เอาไหน… ท่านให้ฉันใช้มันให้เต็มที่กับสิ่งที่ฉันรัก… ”  คำสุดท้ายนั้นแผ่วเบา แต่แววตาคมจดจ้องลึกลงไปในดวงตากลมสั่นไหวนั้นเนิ่นนาน

 

 

 

 

“คริส…”

 

 

 

 

“ไม่ได้ฟังนายเรียกชื่อฉันนานเท่าไหร่แล้ว” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มบาง สองสายตาสบกันนิ่งงัน มีร้อยพันคำที่อยากจะพูดคุย แต่บางครั้งแววตาของมนุษย์สามารถสื่อมันออกมาได้เกือบทั้งหมดแล้ว

 

 

 

 

“ความจริง.. เราคุยกันดีๆ ก็ได้นี่เนอะ ทำไมเราต้องทำเหมือนโกรธเกลียดกันทั้งๆที่วันนั้น.. เราตกลงจากกันด้วยดี ..ดูเหมือนไม่มีใครเป็นอะไรเลยนี่” แววตาอบอุ่นคู่เดิมทำให้ชานยอลพร่างพรูความอ่อนแอในใจออกมาเสียหมด อยากจะขอร้อง อยากจะอ้อนวอน อยากจะพูดดีๆ ในทุกครั้งที่เจอกัน

 

 

 

…แต่เห็นคนใหม่ข้างกายคนนั้น เห็นความอบอุ่นและอ่อนโยนที่วันนี้ไม่ใช่เพียงตนเองที่ได้รับมันแล้วก็พาลจะทนไม่ไหวเสียทุกที

 

 

 

 

“นั่นสิ….” คริสหัวเราะแผ่วๆ ก่อนจะยกมือขยี้เส้นผมนิ่มสีแดงเพลิงด้วยความเอ็นดูอย่างที่เคยทำ มือหนาจับศีรษะกลมโยกไปมาจนอีกคนเสียหลักใบหน้าน้อยขยับเข้ามาใกล้จนหน้าผากมนแตะเข้าที่ริมฝีปากอุ่นของคนตัวสูงกว่า

 

 

 

ริมฝีปากอุ่นไม่เพียงแต่ไม่ถอดถอนออกห่าง แต่ยังคงประทับฝังลงผิวเนื้ออุ่นนั้นเนิ่นนาน ดวงตาคมหลับลงชั่วครู่ซึมซับสัมผัสที่เพิ่งแน่แก่ในในวินาทีนี้ว่าตนเองโหยหาเพียงใด..

กลีบปากอุ่นค่อยๆ ละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง จังหวะหัวใจถี่กระชั้นถามสัมผัสสองมือที่กอบกุมกัน ราวกับแม่เหล็กต่างขั้วที่พร้อมจะถูกดูดดึงเข้าหากันตลอดเวลาทั้งที่ในใจต่างคนต่างรู้ว่ามันไม่ควรที่จะทำแบบนี้.. ไม่เลย

 

 

 

 

“อือ…” ริมฝีปากบางถูกครอบครองด้วยริมฝีปากอุ่นอย่างเสน่หา ไร้ซึ่งการควบคุม หัวใจสองดวงอ่อนแออย่างน่าประหลาดเมื่อผิวเนื้อนุ่มทั้งสองสัมผัสกันจนยากจะทอดถอน รู้อยู่แก่ใจแต่ไม่สามารถทำตามใจตนเองได้เลยเมื่อร่างกายกลับโหยหาสัมผัสของอีกคนสุดหัวใจ

 

 

 

 

..วันนี้ ฉันถึงรู้ว่าฉันลืมนายไม่ได้เลยสักนิด..

 

 

 

 

[[ Rrrr]]

 

 

 

Zitao is Calling…

 

 

 

 

เสียงโทรศัพท์อีกคนดังขึ้น ใบหน้าเพียบพร้อมของทั้งสองผงะออกจากกันราวกับหลุดจากภวังค์อันแสนหวาน ร่างเล็กค่อยๆ ละกายออกจากอ้อมกอดแกร่งที่คลายหลวมๆ ให้อีกคนผละออกมาควานหาโทรศัพท์ที่กำลังแผดเสียงเรียกร้องความสนใจ  ดวงตากลมจดจ้องชื่อคนโทรเข้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตวัดขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างไม่แน่ใจ แววตาคมนั้นขุ่นเคืองน้อยๆ แต่พยายามเก็บซ่อนไว้อย่างถึงที่สุด นิ้วเล็กกำลังจะกดรับแต่ถูกมือใหญ่ของคนใกล้ชิดตะปบตรึงข้อมือไว้แล้วกดลงกับพื้นเตียงอย่างนุ่มนวล

 

 

 

“อ่ะ อื้อ.. คริส ย.. อย่า…” ร่างสูงซุกไซ้ซอกคอหอมหวานราวกับความอดทนขาดผึ่งลงฉับพลัน ค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นกอบกุมมือบางข้างที่จิกกำโทรศัพท์ด้วยความรู้สึกหวามหวิว มือหนากดปิดเครื่องโทรศัพท์แล้วปัดตกลงเตียงอย่างไม่ใส่ใจ

 

 

 

 

ริมฝีปากร้อนดูดดึงริมฝีปากอิ่มด้วยความโหยหา เรียวลิ้นซุกซนเพียงแค่ขยับสัมผัสเล็กน้อยก่อนจะรุกล้ำเข้าไปเก็บเกี่ยวความหอมหวานที่ไม่ได้ลิ้มรสมาเพียงไม่กี่สัปดาห์แต่หากรู้สึกเนิ่นนานราวครึ่งชีวิต

 

 

 

 

“อื้อ.. ม.. ไม่” มือบางค่อยๆ ดันแผ่นอกแกร่งที่ทาบทับลงมาสัมผัสด้วยเรี่ยวแรงอันน้อยนิด ดวงตากลมไหวระริกฉ่ำน้ำใสเมื่อดวงตาคมนั้นจดจ้องนิ่งงัน ภายในนั้นราวกับท้องฟ้ายามรัตติกาลที่ลึกล้ำและกว้างขวางจนไม่สามารถหาที่สิ้นสุดของมันได้

 

 

 

 

“ห้ามฉันสิ.. บอกสิว่านายไม่คิดถึงฉัน  บอกฉันสิว่านายรังเกียจฉัน” เสียงทุ้มเอื้อนเอ่ยก่อนจะโน้มใบหน้าลงไล้เขี่ยปลายจมูกโด่งทั้งสองแผ่วเบา มือหนาลูบไล้ข้างแก้มบางอย่างอ่อนโยน ใบหน้าหวานนี้ ริมฝีปากนุ่มละมุนนี้ .. คิดถึงจนจะขาดใจ

 

 

 

 

“อื้อ… ทำไมฉันต้อง อ้ะ! คิดถึงคนใจร้ายอย่างนายด้วย.. ก็นายมี อื้อ…” ใบหน้าหวานเอียงหลบจมูกคมที่ยิ่งซุกไซ้หนักหน่วงราวกับจะกลั่นแกล้งกัน มือกว้างซุกซนปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาเข้ารูปตัวบาง ลูบไล้ไปทั่วผิวนุ่มลื่นในร่มผ้า ก่อนจะถูกกลืนกินคำพูดบางอย่างด้วยจูบหวานฉ่ำ

 

 

 

“ตอนนี้มีแค่นายกับฉัน… อย่าพูดถึงคนอื่น”  ว่าพลางยกยิ้มอุ่น ริมฝีปากหยักร้อนขมจูบริมฝีปากบางแดงฉ่ำเย้ายวนดูดดึงคลึงนิ่มนวล สอดแทรกลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดกันอย่างเสน่หาจนคนร่างบางระทวยอ่อนปวกเปียกในอ้อมกอดแกร่ง กำปั้นน้อยๆ ที่กำลังทุบตีหัวไหล่แกร่งค่อยๆ อ่อนแรงลงเรื่อยๆ จนหลายเป็นเกาะเกี่ยวลำคอแกร่งไว้แนบกาย

 

 

 

“อื้อ~ ..” เสียงหวานครางแผ่วหวิวเมื่อริมฝีปากร้อนซุกไซร้ไปทั่วทั้งซอกคออ่อนบางไวต่อความรู้สึก ขบเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบแสดงความเป็นเจ้าของ นิ้วยาวเกี่ยวเข็มขัดนักศึกษาออกพลางรูดซิปลงอย่างช่ำชอง ดึงรั้งขอบตัวจิ๋วบางเบาด้านในเล่นๆแต่ยังไม่ร่นลงพลางไล้ปลายนิ้ววนกลั่นแกล้งทั่วทั้งสะโพกมน

 

 

 

“อึ่ก..ค.. คริส” เสียงหวานหอบหายใจกระเส่าหดเกร็งหน้าท้องตามริมฝีปากร้อนที่ร่นลงมาประทับจูบอุ่นแผ่วเบา ขนอ่อนบางลุกซู่ไปทั่งร่าง ฟันคมของร่างสูงขบงับขอบกางเกงในสีหวานของคนตัวเล็กดึงเล่นเย้ายวน

 

 

 

“ชานยอลอ่า..” ร่างสูงใหญ่ยืดตัวขึ้นกระซิบเรียกข้างใบหูพลางขบจูบไปทั่วหลังใบหูหอมหวานกลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคย สองมือใหญ่ลูบไล้สะเปะสะปะนวดคลึงส่วนกลางกายเล็กผ่านเนื้อผ้า ร่างบอบบางข้างล่างสะดุ้งเฮือกด้วยความหวามหวิว ราวกับตกอยู่ในภวังค์เมื่อมือบางสั่นเทาค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของคนด้านบนออกเร็วๆ

 

 

 

“อา…. ”  เรียวลิ้นซุกซนตวัดสะกิดยอดอกสีอ่อนที่ตอนนี้ตั้งชันตามแรงอารมณ์ เสียงหวานร้องครางหวานพลางแอ่นอกรับลิ้นร้อนที่ริมฝีปากอุ่นกำลังขบเม้มสลับกับตวัดลิ้นกลั่นแกล้งจนเสียงหวานครางไม่เป็นภาษา ริมฝีปากอวบอิ่มกดจูบที่หัวไหล่แกร่งด้วยความโหยหาไม่แพ้กัน มือเล็กลูบไล้แผ่นอกเนื้อแน่นพลางแยกสองขาออกให้อีกคนแทรกกายเข้ามาระหว่างกลาง

 

 

 

“อื้อ~..” เสียงหวานครางแผ่วก่อนที่จะถูกกลืนกินด้วยจูบอันร้อนแรงอีกครั้ง

 

 

 

 

“อ๊ะ~..คริส อื้ออ..”  สะโพกมนลอยหวือเมื่อมือใหญ่กอบกุมส่วนอ่อนไหวของตนเองที่เริ่มมีอาการตอบรับขยับขึ้นลง เสียงหวานครางแหบพร่าระงมไปทั่วห้อง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายเพราะความเร่าร้อนที่เพิ่มดีกรีขึ้นทุกวินาที

 

 

 

“ฉัน… คิดถึงนาย” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงกระซิบแผ่วก่อนจะจูบซับหยดน้ำตาที่ไหลลงมา เสียงทุ้มหอบหายใจแหบพร่าเอ่ยก่อนจะดึงรั้งสองขาบางเข้ามาแนบกาย ทาบทับร่างหนาลงบนร่างอรชรของคนรัก จุมพิตร้อนเร่าขบเม้มไปทั่วทั้งร่างอย่างกระหายอยาก

 

 

 

 

“อ๊า~~..” นิ้วใหญ่สอดรุกเข้าไปเบิกทางหมุนวนสะกิดจุดกระตุ้นจนร่างน้อยกระตุกเกร็งแอ่นกายรับรัวๆ

 

 

 

“อา…” เสียงทุ้มครางพร่าข้างหูบางจับมือเล็กข้างหนึ่งให้กอบกุมส่วนใหญ่โตของตนเองแล้วขยับไปพร้อมกัน

 

 

 

“อือ..ชานยอลอา~..” พลิกร่างเล็กให้ขึ้นข้างบนก่อนจะจับมือบางมาวางลงกอบกุมส่วนคับตึงของตนเองให้แน่นขึ้น ก่อนที่มือหนาจะกอบกุมสะโพกมนให้ขยับมานั่งทับอยู่บนส่วนแข็งขืนขยับเสียดสีไปมา เสียงทุ้มแหบพร่าด้วยความพึงพอใจ

 

 

 

สองมือแกร่งขยับร่างบอบบางให้นอนคว่ำซบหน้าลงกับหมอน ก่อนจะยกสะโพกอวบอิ่มให้โก่งโค้งสูงขึ้น มือบางกอบกำผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดจนยับยู่เมื่อเรียวลิ้นซุกซนกำลังสะกิดเขี่ยเย้าหยอกปากทางรักนุ่มหยุ่น

 

 

 

“อื้อ~ แฮ่กก~ อ๊า~~…” เสียงหวานกรีดร้องอย่างสุขสมแทบจะขาดใจยามเมื่อลิ้นร้อนเร่ารุกล้ำเข้ามาในกายอย่างอ่อนโยนแต่ก็ร้อนแรงในสัมผัสเดียวกันเมื่อเน้นน้ำหนักของการรุกราน มือหนาช่วยจับแยกก้อนกลมกลึงทั้งสองออกจากกันเพื่อความสะดวกและสัมผัสที่แนบแน่น

 

 

 

“ฉัน.. อือ  ฉันต้องการนาย คริส..” ร่างบอบบางพลิกตัวนอนหงายพลางแยกสองขาออกอย่างเย้ายวนสายตาคนมอง กลางกายขนาดน่ารักกำลังแน่นตึงและอึดอัดไม่แพ้กัน ดวงตาฉ่ำปรือปรอยราวกับกำลังเชิญชวน และไม่รอช้า ร่างสูงจับส่วนของตนเองรูดรั้งเตรียมความพร้อมอยู่ชั่วอึดใจก่อนจะถูไถส่วนปลายกับช่องทางอุ่นร้อนฉ่ำละมุน

 

 

 

“อา~ ซี๊ดด~” ร่างใหญ่เกร็งกระตุกยามเมื่อช่องทางอุ่นร้อนรัดแน่นจนแทบปลดปล่อยก่อนจะกอดประคองกอดร่างนุ่มนิ่มแน่นราวกับกลัวอีกคนจากไปไกลแสนไกลอีกครั้ง

 

 

 

“อ้ะ อื้ออ~ อ๊ะ อ๊า~” เสียงเล็กครางตามจังหวะเสียวสะท้านที่คนรักมอบให้ต่อเนื่อง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังคลอกับจังหวะสุขสม เส้นผมสีแดงเพลิงคลอเคลียตามข้างแก้มใสและพื้นฟูกที่นอน เป็นภาพที่เย้ายวนเหลือเกินในสายตาคนมอง

 

 

 

“ช..ชานยอล .. อือ…” ร่างสูงอุ้มคนรักให้นั่งนิ่งบนร่างของตนเองก่อนที่เจ้าตัวจะยกตัวขึ้นแล้วค่อยๆ ขยับกายกดทับส่วนแข็งขืนลงมาช้าๆ สะโพกอิ่มหมุนวนเย้ายวนเชิดหน้าขึ้นสูงราวกับกำลังมัวเมาไม่สนใจอะไรอื่นอีกแล้วในวินาทีนี้ ความกังวลต่างๆ เกี่ยวกับความสัมพันของเขาสองคนหลังจากนี้ถูกความเสียวซ่านร้อนแรงกลบเกลื่อนไปเสียบหมด ในสมองและมโนภาพมันขาวโพลนราวกับกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ ปากบางเผยอหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปด้วยท่าทีที่ร้อนเร่า

 

 

 

“อ๊า~ อื้อ..คนใหม่ของนาย  อ่ะ.. เก่งเท่าฉันไหม หืม? ” สะโพกพลิ้วกลืนกินแก่นกายใหญ่โตของคนรักพลางบีบรัดช่องทางแน่นยามขยับขึ้นลง ฟันซี่เล็กขบริมฝีปากล่างของตนเองหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างยั่วยวน

 

 

 

“แล้วไอ้เด็กนั่นล่ะ..เคยทำให้นายครางเสียงหลงได้อย่างฉันไหม” สะโพกแกร่งสวนขึ้นรับกับสะโพกอิ่มอย่างถึงใจก่อนจะพลิกร่างบอบบางลงด้านล่างแล้วกระหน่ำจังหวะรัวเร็วจนอีกคนร้องครางหวามหวิวไม่เป็นภาษา เล็กสั้นจิกกำหัวไหล่แกร่งระบายอารมณ์

 

 

 

 

“อ๊ะ! อ๊า อือ ฮึ่กก อ๊า~~ บ..บ้า ..” ร่างสูงเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นในช่วงท้ายที่กำลังจะทะยานไปถึงจุดปรารถนา

 

 

 

 

“อ๊า!! ~~” ร่างบอบบางกระตุกเกร็งถี่ปลดปล่อยออกมาเลอะหน้าท้องแกร่งตามด้วยร่างสูงที่ปลดปล่อยเข้าไปในตัวบาง ความรู้สึกอุ่นร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง ใบหน้าหวานฉ่ำหอบหายใจซุกอกคนรัก ร่างสูงกำลังจะถอดถอนกายออกมาแล้วพลิกร่างลงมานอนข้างๆ  แต่ถูกสองแขนบางกอดไว้แน่น

 

 

 

 

“ขอ…ขออยู่อย่างนี้ก่อนได้ไหม..” ใบหน้าหวานซุกลงกับหน้าอกแกร่งเปียกเหงื่อด้วยความเขินอาย รอยยิ้มเล็กๆ เกิดขึ้นบนใบหน้าของคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหายใจหอบเท่านั้นที่ดังเคล้าคลอกันเนิ่นนาน..

 

 

 

 

“หึ….”  เสียงหัวเราะพ่นออกจมูกตามแบบฉบับของร่างสูงดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

 

 

 

 

“หัวเราะอะไร  สะใจนักหรอที่เห็นฉันแพ้ใจตัวเอง แต่ครั้งนี้นายบอกคิดถึงฉันก่อนนะ” ร่างบางผละออกมาจากอ้อมอกที่กำลังเอนซบพลางทำหน้าบูดบึ้ง นึกแล้วว่าถ้าอีกคนได้ทำอะไรๆ สมใจอยากแล้วจะต้องมาเยาะเย้ยเขาหลังจากนี้แน่ๆ

 

 

 

….ไม่น่าเคลิ้มไปกับเจ้าคนบ้านี่จริงๆ!

 

 

 

 

“แต่ถึงนายจะไม่พูด นายก็ยั่วฉันอยู่ดี หืม…” มือหนาซุกซนลูบไล้สะโพกกลมก่อนจะออกแรงบีบเบาๆ

 

 

 

 

“ใครยั่วนาย! อื้อ!..คิก..” ก่อนจะได้ถกเถียงกันไปมากกว่านั้นร่างสูงก็ตวัดท้ายทอยกลมเข้าใกล้ก่อนจะจุมพิตปลายจมูกรั้น ร่างเล็กหัวเราะคิกคักลืมเรื่องก่อนหน้านี้ไปเกือบหมด

 

 

 

 

…ชานยอลชอบให้คนรักจุ๊บจมูก

 

 

 

 

“น่ารัก…” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วก่อนจะจูบลงไปย้ำๆ ที่ปลายจมูกเล็กนั้น รอยยิ้มแก้มบุ๋มค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าหวานอย่างห้ามไม่ได้

 

 

 

 

“ย…ยังไม่บอกฉันเลยว่าเมื่อกี๊หัวเราะอะไร”

 

 

 

 

“จากเป็นแฟนกันอยู่ดีๆ ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นชู้  ตลกดี” มือหนายกขึ้นลูบแก้มบางอย่างเสน่หา หลังจากคำพูดนั้น สายตากลมกลับหม่นวูบลงเมื่อโลกแห่งความจริงค่อยๆ ก้าวกลับมาอีกครั้ง

 

 

 

 

..ลืมไปเลยว่าตนเองและคริสต่างก็มีใครคนใหม่ไปแล้ว

 

 

 

 

“แต่ทำไมฉัน… รักชู้มากกว่าแฟนตัวจริงก็ไม่รู้” สองสายตาสบกันนิ่งงัน ไร้ซึ่งคำพูด กว่าที่อีกคนจะกลั่นกรองออกมานั้น น้ำตาหยดใสก็กลิ้งหล่นลงบนแก้มกลมพอดี ทั้งหัวใจมันอุ่นไปหมดเมื่อได้ยินว่าอีกคนยังรักตนเอง

 

 

 

 

…เหมือนที่ตนเองยังคงรักเขาอยู่หมดทั้งหัวใจ

 

 

 

 

 

“หรือเพราะฉัน ไม่เคยหยุดรักนายได้เลยสักนิด  …”

 

 

 

 

 

To be continue…..  in Chapter 2.5 ENDing part  #KYสงครามแฟนเก่า

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s