SF :: สงครามแฟนเก่า [1/2]

SF :: สงครามแฟนเก่า [1/2]

Pairing :: Kris x Chanyeol

Author :: KrisYeol_MAMA

Tag :: #KYสงครามแฟนเก่า

Rate :: NC-18

Talk :: คิดถึงคริสยอลทุกวัน ._.

 

 

 

 

[[ ——– สงครามแฟนเก่า ———]]

 

 

 

 

 

ตุ้บ!!!!!

 

 

 

“เชี่ย !!!! … ชานยอล! เป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตกใจหมด!” รุ่นพี่หน้าหวานอย่างลู่หานที่กำลังนั่งเขียนรายงานอยู่เงียบๆ สะดุ้งโหยงเมื่อรุ่นน้องคนสนิทอยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาทุ่มกระเป๋าลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น

 

 

“เปล่า! ไม่มีอะไร” ใบหน้าหวานบูดบึ้งสวนทางกับคำตอบก่อนจะกระแทกก้นงอนๆ ลงบนเก้าอี้ข้างๆ กัน มือบางวางโทรศัพท์เครื่องแพงลงกับกระเป๋าแรงๆ หน้าจอของเครื่องมือสื่อสารราคาแพงกำลังแสดงอะไรบางอย่างที่ลู่หานเหลือบสายตามองแล้วต้องยิ้มกริ่ม

 

 

“เอ๋~ คริสมีแฟนใหม่แล้วหรอ เฮ้ยสวยว่ะ นี่มันน้องจางอี้ชิง นักศึกษาแลกเปลี่ยนจากจีนนี่นา” เสียงหวานเอ่ยพลางดึงโทรศัพท์อีกคนมาดู หน้าเพจเฟสบุคแฟนคลับหนุ่มฮอตของมหาวิทยาลัยโซลอัพเดทข่าวคราวเกี่ยวกับ “คริสอู๋” หนุ่มนักศึกษาวิศวกรรมปี 4 ดีกรีเดือนของมหาวิทยาลัย ตอนนี้ข่าวคราวการเปิดตัว “แฟนใหม่” ของเจ้าตัวกำลังเป็นที่ฮือฮากันทั้งมหาวิทยาลัยหลังจากที่เลิกกับ “แฟนเก่า” ไปเพียงสองอาทิตย์เท่านั้น

 

 

..สมกับเป็นหนุ่มฮอตจริงๆนะ!

 

 

“หึ ก็งั้นๆ แหละ หน้าจืดสิ้นดี” ชานยอลเบ้ปากคว่ำสุดพลัง

 

 

“ก็ว่าไป น้องเขาน่ารัก ดูแบ๊วๆ ดีออก ว่าแต่… พูดอย่างนี้แกหึงคริสหรือเปล่า คึคึ” ลู่หานยิ้มล้อพลางจ้องหน้ารุ่นน้องที่ตอนนี้ถลึงตาโตๆ นั้นใส่เขา แก้มกลมๆ ค่อยๆพองลมราวกับจะระเบิดออกมา

 

 

“หึงทำไม เลิกกันแล้ว” เสียงหวานตวัดห้วนก่อนจะปรับสีหน้าเป็นเฉยเมย คิ้วบางเลิกขึ้นราวกับว่าข่าวนั้นไม่ได้สะเทือนอารมณ์อะไรแม้แต่น้อยก่อนจะไหวไหล่

 

 

ก็แน่ล่ะ… แฟนเก่าของคริสที่เพิ่งมีข่าวเลิกกันไปเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้วก็คือชานยอล คู่รักคู่ขวัญของมหาวิทยาลัยที่รู้จักกันในนามของ “คริสยอล” แต่ในตอนนี้มันกลายเป็นแค่อดีตไปแล้วเท่านั้น

 

 

ด้วยเหตุอะไร… ไม่มีใครรู้เลยนอกจากเขาสองคน

 

 

“ว่าแล้วกึควงกันมานู่นเลยเว่ย..” ลู่หานพยักเพยิดหน้าไปอีกฝั่งที่ชานยอลเพิ่งเดินเข้ามา ร่างสูงของใครอีกคนที่นักศึกษาคนอื่นแหวกทางให้ตามทางเดินกำลังก้าวย่างมาใกล้พร้อมกับมือข้างหนึ่งที่กุมประสานนิ้วต่อนิ้วอย่างแนบแน่นกับคนตัวเล็กข้างกาย พูดคุยหยอกล้อหัวร่อต่อกระซิกกันมาตลอดทาง สร้างความอิจฉาแก่คนที่พบเห็น

 

 

“หึ….” ชานยอลพ่นลมหายใจออกจมูก จดจ้องกับสายตาคมนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย เพราะหากเขาหลบสายตานั่นก็อาจจะหมายความว่าเขาพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกอาลัยอาวรณ์

 

 

ไม่… ไม่มีทาง!

 

 

..ความจริงแล้วมันอาจจะเป็นเกมเกมหนึ่งระหว่างเขากับ “แฟนเก่า” ที่คล้ายๆ กับว่า …

 

 

.. ใครเจ็บก่อนคนนั้นแพ้

 

 

เหตุผลที่เลิกกันนั้น น้อยคนที่สนิทกับทั้งเขาและคริสจะรู้ ทั้งสองต่างก็เป็นคนดังและป็อปมากๆ ในมหาวิทยาลัย คริสเป็นเดือนมหาวิทยาลัยรุ่นพี่ และเดือนมหาวิทยาลัยปีถัดมาจะเป็นใครไปได้นอกจากเขา เหตุนั้น พวกเขามีดีกรีสูงและโด่งดังกันทั้งคู่ หากมีข่าวคราวว่าใครจะต้องเป็นฝ่ายตามง้อ ฝ่ายไหนเป็นคนถูกทิ้ง ก็เสียฟอร์มกันหมดพอดี

 

 

เขาสองคนไม่มีใครยอมใครด้วยว่าศักดิ์ศรีและหน้าตาทางสังคมมันค้ำคอ

 

 

..จนบางครั้งสำคัญกว่าความรัก

 

 

“ลู่หาน วันนี้ฉันไม่ได้ไปกินข้าวกับแม่แกนะ ขอโทษด้วย จะพาแฟนไปช็อปปิ้งน่ะ” คริสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม แต่แทนที่จะมองหน้าลู่หานกลับเอาแต่จดจ้องดวงหน้าหวานสวยของคนข้างกาย

 

 

“อ..อ้าว งั้นหรอ อืมๆ ยังไงก็ได้”

 

 

“อ้อ! ลืมแนะนำ กระต่ายน้อยครับ นี่พี่ลู่หานนะ เป็นเพื่อนสนิทพี่เอง เป็นญาติห่างๆ กันด้วย พี่เขาพูดภาษาจีนได้นะ ถ้าเกิดคิดถึงบ้านก็ชวนพี่เขาพูดจีนก็ได้” ว่าพลางยิ้มอุ่นก่อนจะยกมือขึ้นปัดเศษผงอะไรสักอย่างที่ลอยมาติดที่ริมฝีปากนุ่มนิ่มออกอย่างอ่อนโยน

 

 

“ส…สวัสดีฮะพี่ลู่หาน ผมชื่ออี้ชิงนะฮะไม่ใช่กระต่ายน้อย แหะๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะฮะ” คนน่ารักโค้งสวัสดีอย่างนอบน้อมพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มหวานแก้มบุ๋ม กริยามารยาทนั้นนุ่มนวลละมุนละไปไปเสียหมด ลู่หานได้แต่ยิ้มตาหยีกลับไปด้วยคำถามมากมายในใจแต่ก็ได้แต่เก็บมันไว้

 

 

เพราะปกติหากคริสจะเปิดตัวใครว่าเป็นแฟน หรือควงใครสักคนเจ้าตัวจะต้องพิจารณาและดูใจกันนานพอสมควร หากคิดจะควงเล่นๆ หรือหลอกมาฟันเล่นๆ เจ้าตัวจะไม่ควงเดินเฉิดฉายในมหาลัยแบบนี้เด็ดขาด… เพิ่งเลิกกับชานยอลไปสองอาทิตย์ นั่นก็หมายความว่าคริสใช้เวลาดูใจกับจางอี้ชิงเพียงแค่สองอาทิตย์แล้วเปิดตัวถึงขั้นใช้คำว่า “แฟนใหม่”

 

 

…ปกติไอ้คริสมันชอบคนเปรี้ยวๆ เฉี่ยวแซ่บแบบชานยอลไม่ใช่หรอวะ

 

 

มุ้งมิ้งอย่างนี้จะเอาโคตรพ่อเสืออย่างไอ้คริสอยู่หรอวะ

 

 

..หลอกน้องเขามาฟันแล้วทิ้งหรอวะ..

 

 

หรือว่า…. ควงมาประชดชานยอลวะ

 

 

…เออ เหตุผลสุดท้ายมันดูเข้าท่าที่สุดแล้ว

 

 

“อ้อ..เกือบลืม นี่พี่ชานยอล รุ่นน้องที่คณะพี่ครับ” ร่างสูงกระตุกยิ้ม สายตาจดจ้องที่ดวงตากลมโตคู่นั้นรอว่าจะมีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับหรือเปล่า ยิ่งได้เห็นท่าทางเฉยเมยของชานยอลแล้วเขายิ่งยิ้มมากขึ้น เพราะมันดูเฉยจนเกินจะเป็นธรรมชาติไปเสียแล้ว..

 

 

…อย่าให้รู้ว่าหึงฉันจนควันออกหูแล้วก็แล้วกัน

 

 

“ส..สวัสดีฮะพี่ชานยอล” คนตัวเล็กค่อยๆ ก้มศีรษะทักทายอย่างเกรงๆ ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าสายอีกคนที่มองมายังคนนั้นดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก

 

 

“อืม.. แล้วนี่ มาแลกเปลี่ยนจากจีน แสดงว่านายต้องรู้จักจื่อเทาใช่ไหม?” ชานยอลลุกขึ้นเก็บโทรศัพท์เครื่องแพงเก็บเข้ากระเป๋ากางเกง พลางหยิบเป้สีขาวขึ้นมาสะพายบนไหล่ด้วยท่าทางเท่ๆ ถึงแม้ว่าอีกคนจะเป็นควีนอย่างที่คนทั่วไปขนานนามกัน แต่บางท่วงท่าก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเขาก็เป็นผู้ชายรูปหล่อคนหนึ่ง มือบางยกขึ้นเสยผมสีแดงเพลิงให้เข้าทีด้วยท่าทางสบายๆ

 

 

“อ๊ะ! จื่อเทา รู้จักสิฮะ เราเป็นรูทเมทกันที่หอนักเรียนแลกเปลี่ยน พี่ชานยอลรู้จักจื่อเทาด้วยหรอฮะ ดีจัง” คนน่ารักยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมเมื่อคนรอบตัวรู้จักกันเป็นทอดๆ อย่างบังเอิญ

 

 

“รู้จักสิ รู้จักดีซะด้วย…ก็เขาเป็น…”

 

 

“ที่รักครับ! รอนานไหมเอ่ย ผมเพิ่งซ้อมบาสเสร็จอ่า ขอโทษนะคนดี” เด็กหนุ่มร่างสูงรูปหล่อคมคายอย่างร้ายกาจผู้มาใหม่ในชุดบาสเก็ตบอลทีมหาวิทยาลัยวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาโอบเอวบางของชานยอลดึงเข้าไปใกล้ตัว ร่างสูงอย่างหนุ่มนักกีฬาส่งยิ้มหวานให้กับคนข้างๆที่ตนเองเรียกเต็มปากเต็มคำว่าที่รัก

 

 

“ไม่นานหรอก เหนื่อยไหมหืม?” มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อออกจากใบหน้าคมก่อนจะเขย่งตัวขึ้นไปจรดจมูกลงบนกรอบคางคมแผ่วเบา

 

 

“อ่า~ เหม็นเหงื่อจะแย่ครับ” เด็กหนุ่มยิ้มเขินๆก่อนจะช่วยเช็ดเม็ดเหงื่อของตัวเองออกจากปลายจมูกรั้นของอีกคนออกให้

 

 

“ไม่เห็นเหม็นเลย ตอนเหงื่อออกเยอะกว่านี้เราก็ยัง… อ๊ะ~.. ลืมไปว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย งั้นพี่กับแฟนไปก่อนนะอี้ชิง” ชานยอลย้ำคำว่าคนอื่นในขณะที่สายตาหยุดลงที่ร่างสูงคนคุ้นเคยที่ยืนกอดอกหรี่ตามองเขากับจื่อเทาสลับกันไปมาอย่างจับผิด

 

 

สี่คนสองคู่เดินแยกกันไปคนละทาง เหลือไว้เพียงแต่คนกลางอย่างลู่หานที่ได้แต่มองทั้งสองทางสลับกันไปมาอย่างงงๆ ลู่หานสนิทกับทั้งคริสและชานยอล ก็แน่ล่ะ คนที่แนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันจนได้คบกันเป็นแฟนคือเขาเอง ทั้งคริสและชานยอลดูจะคบคนใหม่ได้เร็วเกินกว่าความคาดหมาย และมันก็น่าจะมีอะไรแอบแฝงอยู่ไม่น้อยเลยในความคิดของเขา…

 

 

บรรยากาศร้านอาหารหรูข้างมหาวิทยาลัยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน หลังเลิกเรียนเหล่านักศึกษาบ้างก็นัดกันมานั่งทำงาน บ้างก็หาอะไรกินหลังคาบเรียนที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

 

 

“สองที่ครับ!” เสียงคนสองคนเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อเดินเข้ามาในร้าน เด็กเสิร์ฟหน้าหวานได้แต่ยิ้มแห้งๆ เมื่อโต๊ะที่ว่างตรงมุมสุดของร้านนั้นเหลือว่างแค่โต๊ะเดียว และปกติสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นก็จะมาพร้อมกัน แต่…. วันนี้มันแปลกไป

 

 

“อ้าว คริส ชานยอล หายไปตั้งนานนะ” เจ้าของร้านนามว่าคิมฮีชอลเอ่ยพร้อมกับเพยิดหน้าให้รุ่นน้องเด็กเสิร์ฟไปทำงานอย่างอื่นพลางยิ้มให้คนมาใหม่ สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามตวัดมองทั้งสองคนทั้งที่ตนเองก็พอจะรู้ข่าวมาบ้างว่าคู่รักคู่ขวัญของวงการแยกทางกันไป เพราะครั้งล่าสุดก่อนจะหายไปก็มาทะเลาะกันที่ร้านเขานี่แหละนะ….

 

 

“ครับ แล้วนี่โต๊ะประจำของผมยังว่างใช่ไหมครับ” คริสพูดขึ้น

 

 

“อ่า.. ใช่สิ แต่วันนี้คนเยอะหน่อยนะ เหลือโต๊ะเดียว คริสกับชานยอลใครเข้ามาก่อนอ่ะ” คำถามเกิดขึ้นท่ามกลางความเงียบทั้งที่ฮีชอลรู้อยู่แล้วว่าทั้งสองคนเดินเข้ามาพร้อมกัน เจ้าตัวยิ้มบางก่อนจะเอ่ยต่อ

 

 

“ไหนๆ ก็มาพร้อมกันแล้ว โต๊ะก็ใหญ่ พี่ว่าก็นั่งด้วยกันไปเลยสิจะได้ไม่เสียเที่ยว อ่ะๆ พาเด็กๆ ของพวกนายไปนั่งก่อนเถอะ หน้าตาหิวกันแล้ว” เอ่ยสรุปความให้เสร็จสรรพก่อนจะดันหลังทั้งสองคนโดยมีผู้ติดตามห้อยตามไปอย่างงงๆ กับคำพูดของเจ้าของร้าน

 

 

โต๊ะอาหารกระจกตรงกลางล้อมรอบไปด้วยโซฟากำมะหยี่นุ่มสองฝั่ง สองคนสองคู่นั่งลงอิงแอบแนบชิดราวกับกำลังแข่งขันสวีทกับแฟนอย่างไรชอบกล อี้ชิงได้แต่นั่งห่อไหล่ตัวเกร็งเพราะรุ่นพี่ร่างสูงเอาแต่ทำรุ่มร่ามต่อหน้าคนอื่น เดี๋ยวก็กอดเดี๋ยวก็หอม กลับหอไปมีหวังจื่อเทาได้ล้อจนตัวระเบิดแน่เลย -///////-

 

 

“จื่อเทาเอาเสื้อมาด้วยไหมอ่า พี่ว่าไปเปลี่ยนก่อนดีกว่านะ ท่าทางจะต้องนั่งนาน คนเยอะมากเลย” ชานยอลดึงมือออกจากมือที่สอดประสานกับคนข้างกายก่อนจะยกขึ้นลูบเส้นผมที่เปียกเหงื่อของอีกคน

 

 

“เอามาครับ งั้นผมขอตัวไปเปลี่ยนก่อนแล้วกัน ว่าแต่ห้องน้ำอยู่ทางไหนหรอ?” เด็กหนุ่มยิ้มพลางกระชับกระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย

 

 

“ห้องน้ำหรอ… เดี๋ยวพี่พาไป” ชานยอลกระตุกยิ้มเมื่อคนร่างสูงที่พะเน้าพะนอป้อนน้ำกระต่ายน้อยของเจ้าตัวราวกับคนพิการแขนเป็นง่อยนั้นเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะควงแขนอีกคนเดินหายลับเข้าไปในห้องน้ำ ผ่านไปกว่า กว่าสิบนาทีที่ทั้งสองคนหายเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกัน คริสค่อยๆ เอนหลังพิงพนักโซฟาพลางพ่นลมหายใจออกด้วยอารมณ์ไม่คงที่

 

 

“หึ..กลางวันแสกๆ งั้นหรอ…” มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างไม่สบอารมณ์ รู้สึกตัวทีไรก็พบว่าตนเองกำลังจดจ้องไปยังทางไปห้องน้ำอยู่ตลอดเวลา

 

 

…เป็นบ้าอะไรวะ!

 

 

“เอ๋.. พี่คริสว่าไงนะฮะ?” อี้ชิงเอ่ยถามอย่างน่ารักหลังจากเงยหน้าขึ้นจากถ้วยไอศครีมของโปรด

 

 

“เปล่าครับ พี่ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะ” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มบางพลางยกมือขึ้นปาดคราบไอศครีมทีเลอะมุมปากออกให้ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ บรรยากาศภายในยังคงเงียบสงัดไร้เสียงอะไรที่คริสคิดว่าตนเองยังไม่พร้อมจะได้ยินในตอนนี้

 

 

“อ๊ะ~ จื่อเทาอ่า ฮิๆ” เสียงหัวเราะหยอกล้อดังขึ้นแผ่วๆ ก่อนที่ประตูห้องด้านในสุดจะเปิดออกมา ร่างบอบบางที่ปรากฏออกมาก่อนนั้นถูกแขนแกร่งพยายามจะตวัดกลับเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง

 

 

“พ..พอแล้ว คนบ้า! จื่อเทาอ่า~ มีคนมา..” ร่างบอบบางดีดตัวกลับออกมาก่อนจะยกยิ้มร้ายเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาใหม่นั้นคือใคร มือบางยกขึ้นค่อยๆ ติดกระดุมเสื้อนักศึกษาสีขาวบางของตนเองที่ถูกปลดลงจนเผยหน้าอกขาวอวบอย่างเชื่องช้า ก่อนจะยกขึ้นจัดเส้นผมสีแดงเพลิงที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่

 

 

… มาได้จังหวะพอดีเลยนะ

 

 

“อ่ะ..อ้าว พี่คริส อาหารมาหรือยังครับ.. ผมกำลังหิวเลย” จื่อเทาเดินตามออกมาแล้วเอ่ยทักทายคนมาใหม่ แต่ยังคงจดจ้องสิ่งที่ตนเองหิวโหยอยู่ไม่ละสายตา

 

 

“ไม่รู้สิ อี้ชิงมีอะไรจะคุยกับนายน่ะ”

 

 

“อ๋อ หรอครับ.. ขอบคุณนะครับ” จื่อเทาหันไปขยิบตาให้คนที่ยืนยิ้มอยู่อย่างมีความหมายก่อนจะเดินกลับออกไปก่อนตามที่คริสบอก

 

 

สองคนที่ยังเหลืออยู่ด้านในนั้นต่างคนต่างไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมาก่อน ร่างเล็กยืนส่องกระจกเดินผ่านอีกคนแต่กลับถูกร่างสูงนั้นขยับมาขวางทางออกไว้

 

 

“หลบหน่อย ฉันจะออกไปแล้ว” เมื่อขยับขวา อีกคนก็ตามมาขวางด้านขวา ขยับไปทางซ้าย อีกคนก็ตามมาขวางที่ด้านซ้ายราวกับตั้งใจจะกวนประสาท

 

 

“…….”

 

 

“จะกวนฉันหรือไง.. แต่จะว่าไป ฉันไม่กล้าคิดว่านายจะอยากมากวนอะไรฉันหรอก ไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ว่าไหม” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

 

 

“ถ้าอยากมากนักก็น่าจะกลับบ้านไปหาที่ที่มันดีกว่านี้หน่อยนะ” ว่าพลางตวัดสายตามองรอยรักสีกุหลาบบนต้นคอขาวเนียนที่โผล่ออกมานอกชายเสื้อ

 

 

“ก็… ช่วยไม่ได้นี่ ไม่รู้ว่าอยู่ดีๆ มันจะอยาก หรือว่านายไม่เคยเป็นหรือไง?” ฟันซี่เล็กขบกัดริมฝีปากตนเองอย่างเย้ายวน ยกมือขึ้นมาลูบรอยนั้นแผ่วเบา ตั้งใจจะทวนความจำของร่างสูงที่กำลังยืนว่าเขาอยู่อย่างนี้ ทำอย่างกับว่าตอนที่คบกันอยู่นั้นเจ้าตัวไม่เคยทำ..

 

 

..ในรถ ห้องน้ำฟิตเนส ห้องเก็บของชมรมบาสเก็ตบอล หรือแม้กระทั่งม่านรูดก่อนจะถึงคอนโด

 

 

“ทำไงได้ ก็แฟนฉันออกจะเด็ดขนาดนั้น.. หมายถึงแฟนคนปัจจุบันน่ะ อ้อนทั้งคืนเลย” คริสยกยิ้มเมื่อเห็นแววตากลมนั้นกระตุกวูบเสี้ยววินาทีหนึ่ง

 

 

“หลบ! เหม็นบุหรี่” ชานยอลย่นจมูกเมื่ออีกคนก้าวเข้าใกล้ กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ จากลมหายใจของร่างสูงลอยกระทบเข้าจมูก คนเป็นภูมิแพ้ได้แต่เบือนหน้าหนี

 

 

“…….”

 

 

“จำไม่ได้หรอว่ากว่าจะเลิกได้มันยากแค่ไหน กลับมาสูบอีกทำไม?” เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ เพราะก่อนหน้าที่จะมาคบกันนั้นคริสสูบบุหรี่จัดมาก แต่เพราะชานยอลเป็นภูมิแพ้ เขาก็เลยต้องเลิกมัน ทั้งหักดิบเองจนป่วย จากนั้นก็ไปเข้าคลินิกช่วยเลิกบุหรี่ ทำทุกวิถีทางให้ตัวเองเลิกสูบจนได้

 

 

…เพื่อคนรัก

 

 

“เลิกยากกว่าบางอย่างก็แล้วกัน.. บางอย่างคิดจะเลิกก็ง่ายนิดเดียว ไม่ต้องคิดอะไรมาก” คำพูดเชือดเฉือนของคริสทำเอาชานยอลสะอึก แต่ต้องพยายามเก็บอาการทุกอย่างไว้ข้างใน ทำไมชานยอลจะไม่รู้ว่าบางอย่างที่คริสหมายถึงนั้นคืออะไร คนร่างสูงพูดราวกับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขานั้นมันไม่มีค่าอะไร

 

 

ใช่สิ.. ไม่มีค่าอะไรเลย

 

 

“ใช่.. ง่ายนิดเดียว” สองมือบางยกขึ้นผลักอกอีกคนออกห่าง แต่ก็ถูกมือหน้ารั้งข้อมือบางกลับเข้ามาปะทะหน้าอกแกร่ง ใบหน้าหวานนิ่วลงด้วยความเจ็บปวดแต่เสี้ยววินาทีก็พลันเปลี่ยนเป็นเย้ยหยัน

 

 

“ทำไม? อาลัยอาวรณ์ฉันหรือไงถึงทำแบบนี้”

 

 

“เปล่า จะฝากบอกจื่อเทาว่าคืนนี้อี้ชิงคงไม่กลับไปนอนที่ห้องนะ แล้วก็…พรุ่งนี้อาจจะไปเรียนไม่ได้ เดินไม่ไหว” คริสกระตุกยิ้มก่อนจะปล่อยมืออีกคนแล้วผละออกห่าง

 

 

“ไอ้บ้าเอ๊ย!” คนอารมณ์ร้ายอย่างชานยอลคว้าได้ม้วนกระดาษทิชชู่ขว้างตามหลังอีกคนออกไปอย่างหงุดหงิด ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองกำลังเป็นอะไร หรือบางครั้งอาจจะรู้แต่ไม่ยอมรับเสียมากกว่า ไม่รู้ว่าหงุดหงิดที่คริสไม่หึงตัวเองเลย.. หรือตัวเองกำลังหึงคริสจนเกินไปทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว

 

 

..เกลียดความรู้สึกนี้ที่สุด!

 

 

หลังจากที่สองคนเดินกลับออกมาจากห้องน้ำบรรยากาศคุกรุ่นก็เริ่มขึ้นจนจื่อเทาและอี้ชิงสัมผัสได้ กระต่ายน้อยได้แต่เอียงหลบคนรุ่มร่าม สองมือพัวพันไปทั้งตัว ตักคีบทุกอย่างให้กินอย่างกับตนเองไม่มีมือ จนสังเกตถึงสายตาไม่สบอารมณ์ของเพื่อนคนรักที่ชื่อว่าพี่ชานยอลที่นั่งฝั่งตรงข้าม

 

 

“อร่อมไหมครับที่รัก” จื่อเทาเอ่ยถามในขณะที่ล้มตัวลงนอนตักของอีกคนพร้อมทั้งจิ้มเค้กชิ้นเล็กป้อนใส่ปากให้คนรักรุ่นพี่

 

 

“ที่สุดเลย ขอบคุณนะ” ชานยอลโน้มใบหน้าลงจุมพิตบนหน้าผากเนียนของหนุ่มนักกีฬาผิวเข้มพลางส่งยิ้มหวาน

 

 

“กระต่ายน้อยกินเลอะอีกแล้วครับ” คริสยิ้มละมุนเมื่อเห็นคนข้างกายกำลังนั่งกินเค้กแครอทแสนอร่อยหมุบหมับอย่างตั้งใจแต่ครีมเลอะมุมปากอย่างกับเด็กตัวเล็กๆ เสี้ยววินาทีที่ปลายตาเห็นว่าอีกคนกำลังจดจ้องตนเองอยู่เป็นพักๆ นั้นก็เปลี่ยนใจจากจะใช้มือเป็นใช้ปากของตัวเอง ริมฝีปากร้อนประทับลงไปบนมุมปากนั้นจนรุ่นน้องหน้าแดงก่ำด้วยทั้งตกใจและเขินอาย

 

 

“ง่า ..พี่คริสอ่ะ” มือเล็กหยิกเข้าที่สีข้างของอีกคนด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะถูกคนรุ่มร่ามขโมยหอมแก้มไปอีกหนึ่งที แต่ยังไม่ทันได้เห็นความสำเร็จของการกระทำตัวเองคริสก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคู่รักฝั่งตรงข้ามที่นอนหนุนตักกันอยู่นั้นกำลังป้อนแอปเปิ้ลชิ้นเล็กนิดเดียวด้วยปาก

 

เสียงหัวเราะคิกคักเมื่อคนอ้าปากรับด้านล่างไม่ยอมรับเข้าปากไปสักที มิหนำซ้ำยังรั้งท้ายทอยของคนด้านบนไม่ให้ขยับออกไปไหน มือหนาคว้าหนังสือนิตยสารขึ้นมาบังหน้าของทั้งสองคนแล้วนิ่งค้างอยู่ท่านั้นสักพัก

 

 

“ง่า..เขินจัง” อี้ชิงยกมือขึ้นมาปิดตา ไม่สามารถทนทานฉากรักร้อนแรงตรงหน้าได้เลยจริงๆ

 

 

ตุบ!

 

 

“เราไปกันดีกว่าครับกระต่ายน้อย คุณแม่พี่รออยู่นะครับ” ร่างสูงลุกขึ้นวางเงินค่าอาหารและเบเกอร์รี่ลงบนโต๊ะ ก่อนจะคว้าเอวของคนที่ลุกขึ้นตามอย่างงงๆ เข้ามาใกล้

 

 

“เอ๋…” ดวงตากลมกระพริบปริบด้วยความไม่เข้าใจ เพราะอีกคนไม่ได้บอกไว้ก่อนว่าวันนี้จะต้องไปต่อกันที่ไหน

 

 

“คุณแม่เห็นรูปเราที่พี่เปิดให้ดูแล้วเอ็นดูกระต่ายน้อยมากเลย อยากให้เข้าไปอยู่ที่บ้านด้วย วันนี้เราไปคุยกันนะคนดี”

 

 

“เอ่อ..ฮะพี่คริส” สองคนเดินออกไปท่ามกลางสายตาที่จดจ้องจนลับสายตา ชานยอลรู้สึกเกลียดความรู้สึกของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจและต้องจบมันด้วยคำตอบมั่วๆ ของตัวเอง เพราะมันเป็นคำถามที่คนอย่างเขาไม่คิดจะถาม ยิ่งเป็นคนคนนั้น ไม่มีวัน…

 

 

.

.

.

 

 

 

// “ถึงแม่ยังรับไม่ได้ที่ฉันมีแฟนเป็นผู้ชาย แต่ท่านก็ไม่ได้ห้ามหรอกนะ ไว้รอวันที่แม่เข้าใจฉันจะพานายไปหาท่านนะคนดี” //

ทำไมล่ะ…

 

 

ทำไมเด็กคนนั้นถึงได้เป็นที่ยอมรับ

 

 

..ทำไมนายถึงกล้าพาเขาเข้าบ้าน ทำไมแม่นายถึงยอมรับเขาทั้งที่ฉันพยายามทำตัวทำดีที่สุดเพื่อให้เขายอมรับ

 

 

ทำไมกัน…

 

 

 

To be continue… Tag เม้นท์ #KYสงครามแฟนเก่า ขอบคุณค้า

 

 

 

[[ ——– สงครามแฟนเก่า ———]]

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s