SF Krisyeol :: โชตะค่อนร้อนรัก Part 1

SF :: โชตะค่อนร้อนรัก

Pairing :: Kris x Chanyeol

Rate :: Shotacon NC-17

Author :: KrisYeol_MAMA

Tag :: #KYโชตะ

 Image

**  คริสอายุ 42    ชานยอลอายุ 14  ฮะ T///////T

แคว่ก !!!

 

 

“อ๊ะ! อย่านะ ฮึกกก อย่าทำชานยอลนะ” เสียงเล็กๆ ของเด็กหนุ่มวัย 14 ร้องไห้เว้าวอนเมื่อมีชายหนุ่มสองคนกำลังรุมฉีกทึ้งเสื้อผ้า จับแขนขาทั้งสองข้างให้นอนราบกับพื้นดิน สวนหย่อมเล็กๆ ของคฤหาสน์หลังใหญ่ ทั้งๆที่เป็นสถานที่โจ่งแจ้งขนาดนี้ ชายฉกรรจ์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรับจ้างทำสวนชั่วคราวที่เจ้าของบ้านจ้างมายังกล้าที่จะกระทำอุกอาจได้

 

…เพราะว่าเขามันเป็นแค่คนใช้  เป็นแค่เด็กกำพร้าที่จะทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ

 

“หึหึ~ อย่าเล่นตัวไปหน่อยเลยน่า มาเล่นสนุกๆ กับพวกพี่ดีกว่านะคนสวย” หนุ่มน้อยดิ้นพล่านพลางสะอื้นแรง สองแขนขาเล็กไร้เรี่ยวแรงเพราะถูกชกต่อยไปสองสามครั้ง เส้นผมสีดำขลับยาวประบ่าสะบัดจนยุ่งเหยิงเมื่อริมฝีปากสกปรกของชายเหล่านั้นเริ่มก้มลงซุกไซร้ซอกคอขาว

 

เพราะเด็กหนุ่มน้อยที่มีชื่อว่า “ชานยอล” นั้นมีใบหน้างดงามจิ้มลิ้มราวกับเด็กผู้หญิง ใบหน้าหวานเรียวเล็กน่าเอ็นดู ริมฝีปากอวบอิ่ม จมูกโด่งเรียวอันเล็กๆ นั้นรับกับสองแก้มกลม เอวองค์โค้งคอด ผิวขาวละเอียดราวหิมะแรก ซึ่งถ้าหากไม่บอกว่าชานยอลเป็นเด็กกำพร้า คนที่พบเห็นก็ต่างคิดว่าเป็นลูกคุณหนูตัวน้อยๆ จากตระกูลเศรษฐีตระกูลไหนสักแห่ง

 

“หยุดนะ! ไม่งั้นฉันจับพวกแกส่งตำรวจแน่!” เสียงทุ้มของบุคคลที่สามดังมาแต่ไกลก่อนจะยกปืนกระบอกสั้นขึ้นจ่อหน้าผากพวกมันในระยะเผาขน เจ้าสองคนร้ายผงะออกมาพนมมือไหว้ร้องขอชีวิตก่อนจะพากันวิ่งหนีหางจุกตูดออกไป

 

“ช่วยด้วย! ช่วยชานยอลด้วย ฮือ…” ร่างน้อยดิ้นจะเกียกตะกายกอดตัวเองไว้แน่น ก่อนที่คนร่างสูงจะนั่งลงกอดปลอบขวัญแน่นด้วยความสงสารจับใจ

 

“ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันอยู่ตรงนี้ ไม่เป็นไร” ชายกลางคนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพูดปลอบอย่างอ่อนโยน อ้อมกอดน้อยๆ นั้นรัดแน่นด้วยความขวัญเสีย ร่างเล็กสั่นสะท้านไปทั้งตัว  ร่างสูงลุกขึ้นถอดเสื้อคลุมผ้าแพรเนื้อดีออกคลุมให้แล้วอุ้มร่างน้อยนั้นขึ้นแนบอก

 

สองขายาวของเจ้าของบ้านก้าวเข้ามายังห้องหนังสือส่วนตัวของเจ้าตัวที่เป็นคนโปรดปราณการอ่านและสะสมหนังสือ  หลงใหลในมนต์ขลังของมันจนต้องสร้างห้องหนังสือที่มีเตียงนอนสำหรับนอนอยู่ในนี้ได้ทั้งวันทั้งคืน.. ห้องที่ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้ามายุ่งย่ามเลย แม้แต่..

 

…ภรรยาและลูก

 

นายห้างใหญ่บริษัทเหมืองแร่ขุดทองคำอายุ 42 ปี นามว่าอู๋อี้ฟาน เจ้าของคฤหาสน์ตระกูลอู๋แห่งนี้ มีภรรยาที่มาจากการคลุมถุงชนตามคำสั่งของพ่อแม่ จนกระทั่งมีลูกสาวหนึ่งคนอายุสิบสองขวบปีพอดีในปีนี้ ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรมาจุติแม้ว่าอายุจะไม่ใช่น้อยๆ สุขุม นุ่มลึก และเยือกเย็น ร่างสูงกำยำบึกบึนอย่างนักกีฬา มีอำนาจหน้าตาทางสังคม เหล่าบริวารรับใช้ใกล้ตัวไม่ขาด

 

“ยังไม่หายตกใจเหรอ หืม?..” ร่างสูงนั่งลงข้างๆ เด็กน้อยที่นั่งร้องไห้กอดเข่าอยู่บนเตียงของเขามาสักระยะ ไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ลูกนกน้อยสั่นเทาและตกใจทุกครั้งที่เขาแตะต้องตัว

 

“ฮึก..ค.. คุณท่าน ขอบคุณที่ช่วย ฮึก.. ช่วยชานยอลนะฮะ” คนตัวเล็กเช็ดน้ำตาออกลวกๆ ก่อนจะโค้งศีรษะเป็นการขอบคุณ

 

“เกือบไปแล้ว.. คราวหลังก็ระวังตัวด้วยล่ะ ออกมาทำอะไรข้างนอกดึกๆ ดื่นๆ” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มบางเบาพลางยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากสองแก้มบาง ดวงตาคมพินิจใบหน้าน้อยนั้น ไม่แปลกหรอกที่คนร้ายสองคนนั้นจะอดใจไม่ไหว..

 

..สวย.. สวยมาก   มากจนคิดไม่ออกเลยว่าถ้าโตกว่านี้จะสวยขึ้นแค่ไหน

 

“เอ่อ.. คุณหนูหมิงหมิงให้ชานยอลไปทำการบ้านให้ฮะ”

 

“หืม? หมิงหมิงใช้เธอไปทำการบ้าน?  แค่วันนี้ หรือทุกวัน?” คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อได้ยินดังนั้น ลูกสาวของตนเองที่มีผลการเรียนดีมาตลอด ไม่ใช่ว่าเพราะเด็กคนนี้ทำอะไรแทนให้ทุกอย่างหรอกใช่ไหม?

 

“เอ่อ.. ทุกวันฮะ” ใบหน้าน้อยก้มนิ่งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มกระชากถามราวกับกำลังไม่พอใจ

 

“ตัวแสบ.. เธอก็เหมือนกัน หน้าที่ใครหน้าที่มันสิ วันหลังไม่ต้องไปทำให้แล้วนะ บอกว่าเป็นคำสั่งฉัน”

 

“แต่..คุณหนูจะโกรธ แล้ว.. แล้วก็จะไม่ให้ชานยอลไปโรงเรียนด้วย” มือน้อยรีบยกขึ้นตะครุบปากตัวเองเมื่อรู้ว่าตนเองเผลอพูดอะไรออกไป คนตรงหน้าหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู  ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าลูกสาวของตนเองกลั่นแกล้งเอาเปรียบเด็กรับใช้คนนี้แค่ไหน .. ในเมื่อเขาคอยจับตามองอยู่ตลอดเวลา … นานมากแล้ว

 

“เธอก็เถียงบ้างสิ”

 

“ชานยอลเป็นแค่คนใช้..ชานยอล อือ…” ริมฝีปากเล็กพร่ำบอกก่อนที่นิ้วยาวจะวางทาบลงมา ดวงตากลมเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อภาพอันโหดร้ายที่เกือบจะถูกคนสวนสองคนนั้นข่มขืนมันแทรกเข้ามาในมโนภาพอีกครั้ง ร่างเล็กถอยกรูกลับหลังจนชนหัวเตียง ลูกปัดกลมจับจ้องมายังผู้เป็นเจ้านายด้วยความกลัวเกรง

 

“เธอก็เป็นคนที่ฉันเลี้ยงดูคนหนึ่ง ไม่ใช่คนรับใช้สักหน่อย”

 

“…….” หัวใจดวงน้อยเต้นแรง รู้สึกขอบตาร้อนผ่าวเมื่อคำพูดที่แสนใจดีนั้นบอกออกมาราวกับว่าตนเองมีค่าสูงขึ้นมากกว่านั้น

 

..มากกว่านั้นได้เหรอ?

 

 

ชานยอลเป็นลูกกำพร้า หนีออกมาจากบ้านเด็กกำพร้าจนเกือบถูกขายไปอยู่ในซ่อง.. เร่ร่อนอยู่เป็นปี ขโมย วิ่งราว หาเงินประทังชีวิตไปวันๆ จนเกือบจะถูกข่มขืนมาหลายครั้งเพราะหน้าตาเหมือนเด็กผู้หญิง จนกระทั่งคนงานของตระกูลอู๋ไปเจอและรับตัวเข้ามาเลี้ยง

 

 

“อย่าดูถูกคุณค่าของตัวเอง ชีวิตคนเรามีค่าทั้งนั้น มีสองแขน สองขา ไม่มีใครวิเศษหรือสูงส่งกว่าใครหรอกเด็กน้อย…” ร่างสูงสั่งสอนพลางยกมือขึ้นลูบแก้มใสที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนมอมแมมไปทั้งตัว ค่อยๆ ร่นเสื้อคลุมของตนเองที่คลุมให้ในทีแรกออก ร่างแน่งน้อยกอดตัวเองเมื่อเสื้อเชิ้ตเก่าๆ ชุดนอนที่คุณหนูหมิงหมิงโล๊ะทิ้งให้มาใส่ต่อขาดวิ่นไปหมดจนเผยให้เห็นหน้าอกแบนราบที่มีรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายเต็มไปหมด

 

 

“อ๊ะ… ค..คุณท่าน” เสียงหวานร้องครางแผ่วเมื่อถูกลิดรอนกระดุมเสื้อเม็ดที่เหลือออก มือใหญ่เย็นเฉียบลากเลื่อนไปทั่วทุกพื้นที่เนียนนุ่ม

 

 

“ฉันจะพาเธอไปอาบน้ำ” ปลายนิ้วยาวแตะแผ่วที่คางมน เด็กไร้เดียงสาได้แต่ก้มหน้างุด ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้เป็นเจ้านายต้องมาดูแลอะไรมากมายขนาดนี้

 

 

“แต่..แต่ ชานยอลอาบเองได้ฮะ ชานยอลจะกลับไปที่เรือนคนใช้แล้ว ไม่กล้ารบกวนคุณท่านหรอกฮะ” ร่างน้อยถอยออกห่าง พยายามหลบสายตาคมนั้นที่จดจ้องมาอย่างไม่ลดละ ไม่อยากจะคิดในแง่ร้ายแต่ในใจกลับกลัวเหลือเกิน

 

 

..ได้โปรดอย่าซ้ำเติมชีวิตอันต่ำต้อยของผมอีกเลย

 

 

“รบกวนอะไรกันล่ะ ความจริงเธอก็อายุเท่าๆ กับลูกสาวฉันเลย.. อยากมีพ่อแม่ใช่ไหม?” คำถามแทงใจนั้นทำเอาน้ำตาล้นเอ่อ นั่นสินะ ตั้งแต่เกิดมา พ่อแม่คืออะไรเขาไม่เคยรู้จักทั้งนั้น พี่เลี้ยงที่บ้านเด็กกำพร้าค่อนขอดซ้ำเติมเขาเสมอว่าพ่อแม่เอาเขามาทิ้งไว้หน้าบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าทั้งที่สายสะดือยังไม่แห้งเลยด้วยซ้ำ อยากมีพ่อแม่ อยากมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบกับคนอื่นเขา แต่พอนึกถึงความจริงข้อนี้ทีไร ก็อดที่จะน้อยใจในชะตาชีวิตไม่ได้ ทั้งโลกใบใหญ่นี้ ชีวิตเขามีแค่ตัวเอง

 

 

“….” ใบหน้าน้อยพยักหงึกหงักตามประสาเด็ก ยกกองเสื้อคลุมขึ้นมากอดแน่น  ชีวิตตัวคนเดียวในโลกใบใหญ่นั้นหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวเหลือเกิน..

 

 

“ต่อไปนี้เธอเรียกฉันว่าคุณพ่อสิ.. เรียกเหมือนที่หมิงหมิงเรียก”

 

 

“ชานยอลเรียกได้เหรอฮะ  เอ่อ.. แต่ว่า” ดวงตากลมเปล่งประกายวาวอย่างดีใจ แต่เสี้ยววินาทีก็กลับมาเป็นหม่นหมองอีกครั้ง ขืนตีตัวเป็นลูกของคุณท่านคงถูกคุณหนูหมิงหมิงเล่นงานแย่

 

 

“ถ้ากลัวว่าคนอื่นจะไม่พอใจ เธอเรียกเวลาเราอยู่ด้วยกันสองคนก็ได้ ตกลงไหม” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้ รอยยิ้มอุ่นๆนั้นทำเอาหัวใจพาลเต้นผิดจังหวะไปอย่างไม่มีเหตุผล หากลองพิจารณาชัดๆ เป็นครั้งแรก คุณท่านช่างหล่อเหลาและดูเด็กกว่าอายุเอามากๆ ไม่น่าสงสัยว่าทำไมคุณผู้หญิงถึงขี้หึงนัก หากเวลาที่หัวหน้าครอบครัวออกไปสังสรรค์นอกบ้าน เจ้าตัวก็จะให้ลูกสาวเป็นเครื่องมือโทรเร่งเรียกให้กลับบ้านเร็วๆ เสมอ

 

 

“……..” ดวงตาฉ่ำหวานจดจ้องอีกคนจนตกลงไปในภวังค์เนิ่นนาน กว่าจะรู้ตัวก็ถูกนิ้วเรียวยาวนั้นแตะเข้าที่ข้างกรอบหน้ามน

 

 

“เป็นอะไรไป?” ชายวัยกลางคนยิ้มขำ

 

 

“เอ่อ.. คุณท่าน.. คุณท่านใจดีกับชานยอลมากๆ เลย ขอบคุณนะฮะ” ตากลมกระพริบปริบ

 

 

“หืม? ฉันบอกให้เรียกว่าอะไร” ว่าพลางเลิกคิ้วถาม

 

 

“ค..คุณพ่อ…” เสียงหวานค่อยๆ แค่นเค้นคำพูดออกมาด้วยความประหม่า หัวใจมันตื้นตันด้วยว่าสามารถเรียกใครคนหนึ่งว่าพ่อ คำที่โหยหาอยากเรียกใครสักคนมาทั้งชีวิต

 

 

“น่ารักที่สุด.. ฉันอนุญาตให้เรียกว่าพ่อแล้ว ต้องเป็นเด็กดีของฉันด้วยรู้ไหม เธอต้องเชื่อฟังฉัน”

 

 

“ฮะ.. ชานยอลจะเป็นเด็กดี เชื่อฟังคุณพ่อทุกอย่าง” ใบหน้าน้อยรีบพยักหงึกหงักรับคำอย่างดีอกดีใจ มือน้อยๆ เผลอยื่นไปจับมือหนานั้นมาแนบแก้ม รอยยิ้มสดใสนั้นทำเอาผู้ใหญ่ตรงหน้าเคลิ้มไป เพิ่งรู้ว่าใบหน้าสดใสนี้นั้นเหมาะกับรอยยิ้มมากว่าการเศร้าสร้อยเสียอีก

 

 

“งั้นอย่างแรก ไปอาบน้ำ” ยิ้มมุมปากอ่อนโยนหากแต่เสี้ยววินาทีที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นผุดพราย เด็กน้อยกระโดดหยอยลงจากเตียงอย่างว่าง่าย เดินตามอีกคนเข้าห้องไปติดๆ

 

 

“เอ่อ.. คุณพ่อจะอาบก่อน งั้น…งั้นชานยอลออกไปรอข้างนอกก่อนนะฮะ” หนุ่มน้อยรีบก้มหน้างุดเมื่อเห็นคนเข้าไปก่อนกำลังถอดเสื้อผ้า ใบหน้าหวานซับสีระเรื่อเมื่ออีกคนถอดกางเกงจนไม่เหลืออะไรบนร่างายกำยำนั้น

 

 

“มาอาบด้วยกันสิ…” ดวงตากลมช้อนมองสายตาที่กำลังออกคำสั่ง ก่อนจะค่อยๆ เดินไปหยุดอยู่ที่ข้างอ่างหรูหราที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้ลงไปอาบ หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตักอย่างตื่นเต้น พลางรู้สึกแปลกๆ กับสายตาคมที่จดจ้องไม่ละสายตายามที่ตนเองกำลังร่นกางเกงตัวเล็กลง

 

 

“น่ารัก…” มือหนาของคนที่นั่งแช่น้ำวนรออยู่ในอ่างยกขึ้นลูบคราบสกปรกออกจากแก้มใสเมื่ออีกคนลงมานั่งลงใกล้ๆ ร่างบอบบางสูงเพียงแค่ช่วงเอวของเขา ตัวเล็กหน่อยเดียวเมื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกหมด เรือนกายขาวผ่องเย้ายวน หน้าท้องแบนราบกลมกลึง เอวคอดเล็กและสะโพกที่กำลังผายออกตามการเจริญวัยและส่วนน่ารักสีชมพูนั่นทำเอาหายใจเข้าออกติดขัดอย่างไม่น่าเชื่อ

 

 

“มีใครเคยบอกไหมว่าเธอน่ะ.. สวยมาก มากกว่าเด็กผู้หญิงอย่างลูกฉันเสียอีก” ข้อนิ้วยาวไล้ข้างแก้มบาง จนอีกคนต้องเอียงตามสัมผัสนั้นอย่างจั๊กจี้

 

 

“ฮะ… คนที่เจอกันครั้งแรกก็จะนึกว่าชานยอลเป็นเด็กผู้หญิงทั้งนั้นเลย  เปิดเทอมว่าจะไปตัดผมแล้ว คงจะไม่เข้าใจผิดกันอีก” เสียงหวานพูดเจื้อยแจ้ว

 

 

“ตัดทำไมล่ะ ทรงนี้ก็น่ารักดี ฉันชอบ” ใบหน้าหวานร้อนผ่าวกับคำชมนั้น สายตาคมจดจ้องจนรู้สึกราวกับจวนจะมอดไหม้เต็มที

 

 

“ถ้า..ถ้าคุณพ่อไม่ให้ตัด ชานยอลก็จะไม่ตัดฮะ” ว่าพลางยิ้มแก้มบุ๋ม ลักยิ้มบุ๋มสองข้างแก้มนั้นยิ่งทำให้ใบหน้าหวานสวยน่าเอ็นดูขึ้นไปอีก

 

 

“เด็กดี… ขยับมานั่งตักฉันสิ จะถูหลังให้” ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้ม รอยยิ้มที่ทำเอาเด็กไร้เดียงสาหวั่นใจ  รอยยิ้มที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปจากผู้ใหญ่ที่แสนเมตตาในคราวแรก

 

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะค่อยๆ คลานไปนั่งบนท่อนขาแข็งแรงของอีกคนอย่างเกร็งๆ ผิวเนื้อแนบชิดเสียดสี ร่างระหงสะดุ้งโหยงเมื่อสองแขนแกร่งค่อยๆ สอดเข้ามาจากทางด้านหลัง ลูบไล้ผิวกายด้วยมือเปล่าที่บีบสบู่เหลวลื่น ละเลงจนเกิดฟอง

 

 

“อ๊ะ~…ค..คุณพ่อ เดี๋ยวชานยอลทำเองฮะ” มือน้อยตะปบมือใหญ่ที่ค่อยๆ ลูบไล้ลงด้านล่างจนเกือบจะถึงจุดสำคัญ ท่อนขาแข็งแรงเสียดสีกับร่องแยกระหว่างสะโพกกลมกลึงเสียจนใจสั่น

 

 

“เดี๋ยวฉันทำให้ อย่าดื้อสิ หืม?” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างๆหูพลางพลิกกายเล็กให้หันมาเผชิญหน้า ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปเกือบทั่วทั้งตัว ก่อนจะถูกกายแกร่งโอบกระชับกอด สะโพกเล็กเกร็งชะงักเมื่อส่วนตรงนั้นกำลังแตะแผ่วถึงกันด้วยความกระดากอาย สองแขนเล็กผวากอดคอของคนตรงหน้าแน่น

 

 

“คุณพ่อฮะ.. อย่า  อือ..” ร่างน้อยทะรวยแรงเมื่อสัมผัสมือหนาลูบไล้ไปทั่วทั้งกาย ยอดอกเม็ดเล็กแข็งเป็นไตอย่างไม่ประสากับการเร่งเร้าเพียงนิด นิ้วยาวไล้เขี่ยขยำคลึง ไล้ลงไปที่สองก้อนนุ่มนิ่มใต้น้ำ จนร่างบางเริ่มดิ้นหนีขึ้นเรื่อยๆ …

 

 

“กลัวฉันเหรอ?” น้ำเสียงแสร้งทำเป็นน้อยอกน้อยใจทั้งที่จริงกระหายสัมผัสยั่วเย้าของเรือนร่างน้อยเด็กหนุ่มคราวลูกเสียจนแทบทนไม่ไหว อยากจะจับสองขาเรียวเล็กนั้นแยกออกแล้วโรมรันจังหวะให้หนำใจ

 

 

ความรู้นึกที่เก็บซ่อนมาแสนนานตั้งแต่เด็กน้อยยังไม่ประสา ทุกครั้งที่เห็นและได้พบเจอราวกับตกหลุมรักใบหน้าน่ารักนี้ทุกวัน ชายหนุ่มรุ่นใหญ่ได้แต่กักเก็บความรู้สึกที่น่าอายเอาไว้ ความรู้สึกที่ราวกับตาแก่ตัณหากลับที่หัวใจเต้นแรงกับเด็กคราวลูก แต่น่าแปลกที่เขาจะมีความรู้สึกใคร่อยากจะครอบครองเพียงเด็กคนนี้ คนที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาตอนนี้

 

 

..หรือว่าฉันควรจะหยุดตามที่เธอร้องขอนะเด็กน้อย

 

 

..ฉันหยุดไม่ได้แล้ว

 

 

ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ แววตาใสซื่อไร้เดียงสาคู่นี้ที่มองมายังฉันราวกับจะขอความเมตตา น้ำเสียงสดใสไม่เจือปนเล่ห์เหลี่ยม กลิ่นกายหอมหวานจากแป้งเด็กธรรมดามันทำให้ฉันห้ามใจตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป..

 

 

“ก..กลัวฮะ คุณพ่ออย่าทำ อื้อ~.. อย่าทำอะไรชานยอลเลย ฮึก..” เด็กน้อยเริ่มร้องไห้เมื่อสองมือใหญ่เค้นคลึงบั้นท้ายนุ่มนิ่มก่อนจะละมือขึ้นมากอบกุมส่วนกลางกายเล็กน่ารักที่ไวต่อการกระตุ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงแม้ร่างบางจะยังเด็ก แต่ก็กำลังเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์เพื่อข้ามผ่านจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น ชานยอลไม่ใช่ไม่รู้ว่าตนเองกำลังจะเจอกับอะไร..

 

 

“ทำไมล่ะ?.. ไม่ชอบฉันเหรอ รังเกียจคนแก่อย่างฉันสินะ” น้ำเสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหู ก่อนจะแยกขาของตนเองออกกว้างเพื่อให้สองขาเล็กที่พาดอยู่กับหน้าขาของตนเองอ้าออกตามไปด้วย เรียวขาเล็กที่ไม่สู้แรงพยายามหุบขาเข้าหากันเมื่อตนเองอยู่ในท่วงท่าที่น่าอาย

 

 

“ม..ไม่ใช่ฮะ แต่ ฮึ่ก.. แต่ชานยอล อื้อ..” ใบหน้าน้อยส่ายไปมาปฏิเสธด้วยหัวใจกังวลว่าอีกคนจะคิดว่าตนเองรังเกียจผู้มีพระคุณไปแล้วจริงๆ ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยริมฝีปากบางแดงที่กำลังหอบเอาอากาศก็ถูกประกบจูบร้อนเร่ากลืนกินเสียงหวานลงไปเสียหมดสิ้น ลิ้นเล็กกระถดหนีอย่างไม่ประสาและตื่นกลัวลิ้นร้อนที่แทรกซึมเข้ามาช่วงชิงรสหวานหอมในโพรงปากของตน เล็บสั้นจิกกำที่บ่าแกร่งแน่นอย่างไม่รู้ตัว

 

 

“เป็นเด็กดีของฉัน.. แล้วฉันจะให้เธอทุกอย่าง ..ฉันจะเป็นแสงสว่างในโลกของเธอ ชานยอลของฉัน” ใบหน้าหล่อเหลาจดจ้องจริงจังราวกับท่องมนต์สะกดให้ใบหน้าหวานเคลิ้มไป ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเต้นรุนแรงอย่างบ้าคลั่งกับทั้งสัมผัสและคำหวานของชายตรงหน้า ชีวิตที่ไม่เคยมีอะไรเลยราวกับกำลังถูกเติมเต็มทีละนิด ทีละนิด โดยมีสิ่งแลกเปลี่ยนอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรก็คงจะต้องยอม

 

 

..ไม่ว่าจะเป็นหัวใจ หรือร่างกาย  เพราะทั้งชีวิตของปาร์คชานยอล มีเพียงสองสิ่งนี้ที่เป็นทรัพท์สิน

 

 

“ค..คุณพ่อ..”

 

 

“จะไม่มีใครรู้ นอกจากเธอและฉัน.. ในห้องนี้” ผู้ใหญ่จอมเจ้าเล่ห์หลอกล่อ พูดเหมือนกับว่ามันจะจบเพียงแค่ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย แต่กว่าที่เด็กน้อยไร้เดียงสาจะรู้ว่าการตัดสินใจของตนเองครั้งนี้มันจะเป็นจุดเปลี่ยนของอะไรบางอย่างไปตลอดกาลก็คงสายเกินไปที่จะเดินกลับหลัง..

 

 

“ม..ไม่เอาได้ไหมฮะ” ใบหน้าน้อยยังคงร้องไห้โยเยส่ายหน้าไปมาอย่างหวาดกลัว ร่างบอบบางสะดุ้งโหยงเมื่อนิ้วยาวเย็นเยือกค่อยๆ ไล้คลึงช่องทางอ่อนไหวของตนเองอยู่ใต้น้ำ สัมผัสที่มาพร้อมๆ กันทั้งจุดกระตุ้นด้านหน้าและหลังนั้นหวามหวิวเจียนขาดใจ ร่างกายอันไม่ประสาตอบสนองแทบทุกสัมผัสอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ สัมผัสเสียวซ่านช่ำชองที่รุกรานเข้ามาทั่วทั้งร่างนั้นเกินที่จะต้านทานไหว สัมผัสแปลกใหม่ค่อยๆ แล่นริ้วเล่นงานไปทุกส่วนที่มือใหญ่ชักพา รู้สึกทั้งโลกมันขาวโพลนหวามหวิวไปหมด  ปั่นป่วนเสียวแปลบอยู่แถวๆ หน้าท้องน้อยนั้น

 

 

“เธอสวยกว่าใครๆ ที่ฉันเคยพบเจอ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วก่อนจะแลบเลียติ่งหูเล็กเย้าหยอก เรียวลิ้นแหลมชอนไชเข้าไปกลั่นแกล้งจนดวงตากลมปรือปรอย

 

 

“อ้ะ..อื้อ..คุณพ่อ” เสียงหวานครางกระเส่าอย่างไม่รู้ตัวกระทบโสตประสาทของชายวัยกำหนัดให้ขาดผึ่ง ความเย้ายวนที่ไม่ได้ตั้งใจของเด็กหนุ่มนี่แหละที่พาลจะทำให้เขาสติแตกอยู่ร่ำไป

 

 

“เด็กดี..”  ริมฝีปากอุ่นขบจูบหัวไหล่มนของร่างอ่อนระทวยที่คลอเคลียใบหน้าหวานอยู่บนไหล่แกร่งของตนเอง ค่อยๆลิ้มลองอย่างแผ่วเบา ไล้เลียจนทั้งร่างนั้นเกร็งไปหมด

 

 

เสียงหอบหายใจแรงเมื่อมือกว้างที่กำลังเค้นคลึงส่วนปลายฉ่ำน้ำเหนียวข้นเริ่มขยับขึ้นลง ร่างบอบบางนั้นบิดเร่าอย่างทรมานและเสียวซ่านระคนกัน ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังแยกแยะไม่ออกด้วยซ้ำว่าตกลงจะต้องรู้สึกอย่างไรกันแน่ เพราะแม้แต่การช่วยตัวเองเพียงสักครั้งเด็กน้อยก็ยังไม่เคยทำ

 

 

“รู้สึกดีใช่ไหมล่ะ.. เห็นไหม สิ่งที่ฉันจะมอบให้เธอมีแต่สิ่งดีๆ .. เพราะฉันชอบเธอ” น้ำเสียงทุ้มราวกับกำลังขับกล่อมให้ร่างบอบบางเชื่อในสิ่งที่ตนเองพูด ค่อยๆ ขยับมือขึ้นลงให้เร็วขึ้นไปพร้อมๆ กับการสะกิดเขี่ยปากทางนุ่มหยุ่นอันแสนบริสุทธิ์

 

 

“อ้ะ..ฮึ่ก.. อ๊ะ อ๊า~….” ร่างแน่งน้อยแอ่นเกร็ง ผวากอดร่างใหญ่ซบหน้าลงกับแผ่นอกเปียกชื้นอย่างหาที่พึ่ง ก่อนจะกระตุกกายแล้วปลดปล่อยกามารมณ์ออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต ดวงตาที่มองไม่เห็นอะไรอื่นนอกจากแสงไฟสลัว ความรู้สึกวูบวาบไปทั้งกายนั้นมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า

 

 

… รู้สึกดี

 

 

“น่ารัก…” คำชมอันแสนอ่อนโยนนั้นสั่นไหวหัวใจดวงน้อยได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ก่อนที่จะถูกจมูกคมฉกชิงกลิ่นแก้มนุ่มนิ่มนั้นเข้าเต็มรัก

 

 

“คุณพ่อ…” เสียงเล็กเอ่ยพลางก้มหน้าหลบอย่างเอียงอายกับความเผลอไผลของตนเองจนเกิดเรื่องน่าอาย การปลดปล่อยอารมณ์เป็นครั้งแรกต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะต่อหน้าคุณท่านคนนี้คงทำเอาอายจนไม่กล้าจะสบตาไปอีกหลายวัน

 

 

“ถึงตาเธอทำให้ฉันบ้าง” คำสั่งเรียบๆ เอ่ยพร้อมรอยยิ้มมีเลศนัย มือหนากอบกุมมือเรียวบางขึ้นมาจุมพิตแผ่ว ก่อนจะพามือนั้นลากไล้ไปตามร่างกายกำยำของตนเอง ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำจดจ้องมือตนเองที่กำลังถูกพาเคลื่อนจมลงไปในน้ำอย่างระทึก

 

 

“อ๊ะ~ ม..ไม่ทำได้ไหมฮะคุณพ่อ..” มือน้อยชักกลับเมื่อปลายนิ้วแตะถูกเพียงส่วนปลาย ท่อนเนื้อกำลังร้อนรุ่มจนน่ากลัว ทั้งขนาดและความร้อนรุ่มของมันกำลังทำให้เด็กน้อยกลัวจนตัวสั่นขึ้นอีกรอบ

 

 

“…….” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มบางอย่างเอ็นดูกับความตื่นตระหนกของลูกแกะน้อยที่รอให้ราชสีห์อย่างเขาขย้ำกลืนกิน ก่อนจะโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาวเบี่ยงเบนความสนใจอีกครั้ง มือน้อยๆ ค่อยๆ ลดแรงต้านทานลงจนกอบกุมสิ่งใหญ่โตนั้นอย่างไม่รู้ตัว มือหนาที่ประกบอยู่นั้นพาขยับขึ้นลง ใบหน้าหล่อเหลาเชิดสูงอย่างสุขสมกับสัมผัสเย็นๆจากมือเล็กที่ไม่ต้องใช้เพียงแต่จินตนาการอีกต่อไป

 

 

“ทำเหมือนที่ฉันทำให้เธอไงเด็กดี.. ไม่มีอะไรยากใช่ไหม เธออยากทำให้ฉันพอใจไม่ใช่เหรอ..” จมูกโด่งจรดลงข้างกรอบหน้ามน ไล้เลียรสชาติหวานกรุ่นของหนุ่มน้อยแรกรุ่นอย่างพึงใจ เพียงแค่มือเล็กที่กำลังขยับส่วนนั้นของตนเองขึ้นลงอย่างเงอะงะไม่ประสีประสาก็แทบจะทำให้เขาปลดปล่อยออกมาก่อนเวลาอันควร

 

 

“อือ…มือเล็กๆ ของเธอ ดึงให้ฉันตกอยู่ในความฝันนะ.. เธอเก่งมากรู้ไหม…” คำชมลวงหลอกให้เด็กน้อยย่ามใจและตื่นเต้นกับสิ่งที่ตนเองสามารถบันดาลออกมาได้ ทำให้ชานยอลเชื่อว่าตนเองสามารถควบคุมความรู้สึกลึกซึ้งของคนร่างใหญ่ตรงหน้านี้ได้

 

 

“อ๊า~..ฮึ่ก คุณ.. คุณพ่อ.. อื้อ ช..ชานยอลเจ็บ” มือน้อยชะงักทั้งที่กำลังเคลิบเคลิ้มเมื่อปลายนิ้วยาวค่อยๆ กดลึกลงไปในปากทางอุ่นร้อนรุ่มที่กำลังตอบรับอย่างไม่รู้ตัว ช่องทางบริสุทธิ์ที่ยังไม่เคยมีใครได้ล่วงล้ำกำลังปวดหนึบเพียงแค่นิ้วยาวนั้นค่อยๆ ดันเข้าไปช้าๆ

 

 

“อดทนนะชานยอล.. แล้วมันจะดีเอง เธอจะต้องชอบมันฉันสัญญา” นิ้วยาวค่อยๆ ขยับเข้าออก หมุนวนหาจุดกระตุ้นที่ทำให้อีกคนรู้สึกดี กล้ามเนื้อหยุ่นขมิบรัดนิ้วเขาจนต้องสูดปากอย่างเร้าอารมณ์ ไม่อยากจะคิดว่าหากเป็นอีกส่วนนั้นจะสุขสมแค่ไหน

 

 

“ไม่เอาแล้ว… ฮือ~ ชานยอลเจ็บแล้ว. ฮึ่ก..”  เสียงร้องไห้เล็กค่อยๆดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเงียบไปนาน ความไว้ใจและอ่อนโยนเมื่อสักครู่ที่ทำให้เผลอไผล กำลังถูกทำลายลงไปเพราะขั้นตอนสำคัญที่กำลังจะมาถึง

 

 

“อ่ะ..อ๊า  คุณพ่อฮะ อืออ..” เสียงครางหวานเมื่อปลายนิ้วยาวหมุนวนสะกิดถูกจุดสำคัญภายในผนังนุ่ม  ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะกระแทกนิ้วย้ำๆ ตรงจุดเดิมรัวเร็วจนร่างน้อยสะท้าน ครางลั่นไม่เป็นภาษาหลังจากเก็บงำเสียงมานานเพราะกลัวคนอื่นจะมาได้ยินเข้า

 

 

“ฉันชอบเสียงของเธอรู้ไหม..” ริมฝีปากอุ่นจุมพิตแผ่วลงบนปลายจมูกรั้น ก่อนจะถอดถอนนิ้วนั้นออกโดยที่สะโพกบางเคลื่อนที่ตามอย่างไม่รู้ตัว สองมือโอบอุ้มเอวบางขึ้นสูง แยกสองก้อนกลมกลึงนั้นออกจากกันแล้วจับส่วนกลางกายของตนที่อึดอัดทรมานไล้เขี่ยปากทางเย้าๆ ร่างน้อยผวาแรงเมื่อสัมผัสความร้อนรุ่มของเจ้าสิ่งนี้อีกครั้ง แค่เพียงนึกถึงขนาดที่ใหญ่ล้นกำมือตนเองแล้วก็อยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียให้ได้

 

 

“อ่ะ..อื้อ คุณพ่อฮะ.. ไม่เอาแล้วฮะ ชานยอลเจ็บ” สองแขนโอบรอบลำคอแกร่งราวกับกำลังร้องขอ เกร็งสะโพกไม่ให้นั่งลงไปทับส่วนที่ตั้งตรงรอพร้อมอยู่แล้ว

 

 

“ฉันจะอ่อนโยนกับเธอ  ..แต่เธอก็ต้องอดทนเพื่อฉัน และเพื่อตัวเองด้วย..ตัวเล็ก” มือหนาลูบไล้เอวคอดเย้าหยอก ก่อนจะโน้มหน้าลงครอบครองยอดอกเม็ดเล็กสีชมพูเด่นหราอยู่บนผิวเนื้อขาวจัดที่มีรอยรักสีจางๆ อยู่ประปราย

 

 

“ยะ อย่า ..อ๊า !!! ~ ..อื้ออ ม..ไม่ ฮึ่ก.. ฮืออ…” ร่างบางกรีดร้องเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะเกร็งตัวเพราะความเจ็บจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ ร่างน้อยสั่นเทาสะอื้น  แรงบีบรัดที่มากมายจากช่องทางเล็กๆ นั้นก็พาลทำเอาแก่นกายใหญ่ปวดหนึบไปด้วย

 

 

“อ่า.. ชานยอล..” เสียงทุ้มคำรามด้วยความอดกลั้นที่จะไม่ให้ตนเองเผลอทรมานเด็กน้อยผู้ไม่ประสา เส้นเลือดขมับและสองแขนปูดโปนไปหมด โน้มท้ายทอยมนให้อีกคนมารับจูบปลอบขวัญ

 

 

“ฮึ่ก.. ชานยอลเจ็บ..” เสียงร่ำร้องนั้นทำให้ร่างสูงรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่เขามาไกลเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว ได้แต่นึกไว้ว่าจะตอบแทนและดูแลอีกคนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่อจากนี้

 

 

..ขอโทษนะเด็กดี

 

 

“อึ่ก.. กอดฉันไว้คนดี” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบพลางกอดกระชับเอวบางเข้ามาใกล้ ค่อยๆ ดันความเป็นชายเข้าไปจนสุด เล็บสั้นจิกลงบนผิวเนื้อสีแทนรุนแรงระบายความเจ็บ รู้สึกอึดอัดและทรมานยิ่งกว่าสิ่งใด รู้สึกแสบพร่าทุกอณูของกลีบเนื้อบางที่ถูกรุกราน เลือดสีแดงสดไหลซึมลงมาตามเรียวขาสวย

 

 

ร่างแน่งน้อยยังคงผวากอดอีกคนไว้แน่นทุกการขยับเคลื่อนไหวหลังจากที่นิ่งค้างให้ช่องทางอุ่นร้อนได้ปรับตัวกับความใหญ่โตของสิ่งแปลกปลอมนั้น มือหนาลูบไล้เบี่ยงเบนจุดรวมความรู้สึกไปทั่วร่าง กอบกุมส่วนกลางกายน่ารักให้เริ่มตอบรับขึ้นอีกรอบ

 

 

“อึ่ก.. อ๊ะ… อา~..” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นสนั่นห้องสี่เหลี่ยม สองมือใหญ่พยุงเอวบอบบางให้ขยับขึ้นลงกลืนกินความต้องการของตนเอง ฟองสบู่เหลวที่ถูกกดปุ่มให้ไหลลงมาเพิ่มเป็นจำนวนมากช่วยให้การเคลื่อนไหวสะดวกมากขึ้นไปอีก  แรงเสียดสีของส่วนแข็งขืนกับผนังเนื้อนุ่มค่อยๆ เพิ่มดีกรีความร้อนแรงขึ้นไปทุกวินาที ทั้งความเจ็บที่มีอยู่ก่อนและความเสียวซ่านที่แล่นพล่านเข้ามาใหม่ทำเอาเด็กน้อยแทบจะแยกแยะประสาทไม่ออก

 

 

“อา.. ชานยอล อือ.. เก่งมาก..” เสียงคำรามต่ำๆ อย่างสุขสมพลางขยับอุ้มอีกคนที่ส่วนเชื่อมต่อยังคงขยับรัวเร็วอย่างนั้นเดินออกมาวางไว้บนเตียงกว้าง ดวงตากลมหลับปี๋เมื่อท่วงท่าอันน่าอายโผล่พ้นน้ำ  สองขาเล็กถูกจับขึ้นพาดบ่าแกร่งอย่างง่ายดายพร้อมแรงโรมรันที่เข้ามาราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

 

 

“อ๊ะ..อ๊ะ~ อ๊า..” เส้นผมสีดำขลับเคลียกระจายตามพื้นเตียง เสียงหวานราวกับลูกแมวเหมียวตัวน้อยร้องครางนั้นทำให้คนด้านบนล่องลอยไปไกล

 

 

“เรียกฉันสิ.. คุณพ่อของเธอไงเด็กดี หืม..” สะโพกแกร่งขยับเข้าออกพลางโน้มกายจุมพิตไปทั่วเรือนร่างงาม

 

 

“อื้อ..ค..คุณพ่อ อ๊า~ คุณพ่อของชานยอล อื้ออ..” ร้องเรียงตามอย่างว่าง่ายราวกับต้องมนต์เสน่หา สองมือเล็กถูกเติมเต็มประสานนิ้วจากคนด้านบนวางไว้ข้างกายพลางบิดกายเร่าด้วยความรู้สึกเสียวซ่านแทบขาดใจ

 

 

“อือ..” ชายกลางคนครางต่ำอยู่ในลำคอก่อนจะเร่งจังหวะถี่กระชั้นในช่วงท้าย ขยับเข้าออกรุนแรงแล้วปลดปล่อยความปรารถนาออกมาพร้อมกับอีกคน

 

 

“อ๊า!!! ~~…” ร่างบางผวาแอ่นอกขึ้น กระตุกกายอรชรก่อนจะปลดปล่อยความต้องการออกมาอีกครั้ง กายแกร่งถอดถอนด้วยเพราะสงสารท่าทางที่อีกคนดิ้นไปมาด้วยความอึดอัดทั้งที่หลงใหลความอุ่นร้อนข้างในกายบางของอีกคนนัก  ของเหลวอุ่นสีแดงสดแสนบริสุทธิ์ไหลเป็นลิ่มออกมาปนกับความปรารถนาสีน้ำนมเล็กน้อย

 

 

“แฮ่ก~…อือ” ร่างแน่งน้อยพาร่างอันบอบช้ำของตนเองขยับหนีเมื่อคนร่างสูงลุกขึ้นไปหยิบผ้าห่มมาคลุมกายให้  สองแขนบางกอดผ้าห่มร้องไห้สะอื้นด้วยความเจ็บจุกที่แล่นริ้วไปทั่วสะโพกเล็ก

 

 

“เด็กดีของฉัน..” ร่างหนาลุกขึ้นหยิบเสื้อคลุมมาใส่ลวกๆ แล้วขึ้นไปนอนเท้าแขนเผชิญหน้ากับลูกแกะน้อยที่เง้างอนไม่ยอมมองหน้าเขา

 

 

“ฮึ่ก…”  ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อริมฝีปากอุ่นประทับจูบลงบนหัวไหล่นวลเนียน

 

 

“ฉันให้รางวัลเธอ.. รางวัลสำหรับเด็กดี” มือหนาหยิบสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กๆ รูปหัวใจออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วค่อยๆ ใส่รอบลำคอระหง

 

 

“…..” ดวงตากลมจดจ้องอย่างไม่เข้าใจ สร้อยเส้นนี้มันสูงค่าเกินกว่าที่ตนเองจะคู่ควรได้สวมใส่  และไม่รู้หรอกว่าราคามันมากมายแค่ไหน

 

 

..มันคือค่าตอบแทนร่างกายและความเจ็บปวดของผมงั้นเหรอ?

 

 

“ต่อไปนี้ ถ้าเธออยากได้อะไร อยากทำอะไร ฉันจะให้เธอทุกอย่าง ถ้าเธอเป็นเด็กดีของฉัน..เหมือนอย่างวันนี้…” คำบอกย้ำการเป็น “เด็กดี” นั้นทำให้เด็กน้อยขยับออกห่างคนที่ไม่รู้ว่าตกลงจะใจดีหรือใจร้ายกับตนกันแน่

 

 

“………”

 

 

“แค่บอกฉันมาคำเดียว ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ข้าวของ หรือความอบอุ่น ฉันจะเป็นทั้งโลกของเธอเอง.. ชีวิตเธอมีแค่ฉันก็พอ”

 

 

“ค..คุณพ่อ..” ดวงตากลมรื้นฉ่ำ

 

 

“เธออยากได้อะไร..” ข้อนิ้วยาวเกลี่ยแก้มใส

 

 

“ช..ชานยอลอยากเรียนต่อมัธยมปลาย  แต่..แต่คุณแม่บ้านบอกว่าจบมัธยมต้นปีหน้าแล้วคุณผู้หญิงจะให้ชานยอลเลิกเรียน จะได้ออกมารับใช้คุณหนูหมิงหมิงได้เต็มที่ฮะ” ใบหน้าน้อยหม่นวูบน่าสงสาร

 

 

“ได้สิ.. ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เธอเรียนได้ทุกอย่างเท่าที่เธออยากเรียน  มหาลัยที่ดีที่สุด แพงที่สุดในประเทศ หรืออยากไปเรียนต่อเมืองนอก อยากเรียนดนตรี เปียโน ไวโอลิน หรือเรียนร้องเพลงอย่างที่หมิงหมิงเรียน.. ฉันอนุญาตทั้งนั้น” ผู้ใหญ่ใจดียิ้มอุ่น

 

 

“จริงหรอฮะคุณพ่อ.. คุณพ่อให้ชานยอลเรียนจริงๆหรอฮะ อ๊ะ..อือ~..” เด็กน้อยที่กำลังถูกหลอกล่อด้วยสิ่งที่เกิดมาไม่เคยพบไม่เคยมีดีดตัวขึ้นถามคนข้างกายอย่างตื่นเต้น ก่อนที่ความเจ็บที่สะโพกจะตอกย้ำว่าไม่ควรทำอย่างนั้น

 

 

“ใช่….”

 

 

“ชานยอลดีใจที่สุดเลย.. ชานยอลอยากเรียนสูงๆ จะได้ไม่มีใครดูถูกชานยอลว่าเป็นคนใช้ต่ำต้อยอีก”

 

 

“จะไม่มีใครว่าเธอได้อีก… เพราะเธอเป็นคนของฉัน” คำบอกจากปากของผู้มีพระคุณทำเอาหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง ดวงตากลมสั่นไหวได้แต่จดจ้องคนตรงหน้าด้วยความซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก

 

 

“ชานยอลเป็นคนของคุณพ่อได้นานแค่ไหนฮะ”

 

 

..เกิดวันหนึ่งคุณพ่อเบื่อชานยอลขึ้นมา จะไม่เหมือนขึ้นสวรรค์แล้วถูกผลักกลับลงมาอยู่ก้นเหวเหรอ..

 

 

“ตราบเท่าที่เธอยังเป็นของฉัน..” มือหนาลูบคลึงสะโพกมนแผ่วก่อนจะตวัดอ้อมแขนดึงกระชับร่างอรชรเข้ามาแนบกาย ร่างน้อยขยับขยุกขยิกอย่างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะตอบสนองหรือจะขัดขืนดี..

 

 

 

… To Be continue in Part 2 ….  แท็กคอมเม้นท์  #KYโชตะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s